อนิเมชั่นที่น่าเกลียดที่สุดกลายเป็นปรากฏการณ์ต้าน AI
เชื่อหรือไม่ว่ามีภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งจากจีนที่สร้างกระแสจนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก แม้ว่าคุณภาพของมันจะถูกวิจารณ์ว่าห่วยแตกสุดๆ จนกลายเป็น อนิเมชั่นที่น่าเกลียดที่สุดกลายเป็นปรากฏการณ์ต้าน AI ที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างล้นหลาม เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง Niu Lai หรือ “The Ox Comes” ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญของวงการภาพยนตร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่เคยทำรายได้วันแรกเพียง 342 หยวน กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่คนนับล้านพูดถึง
ทำไมอนิเมชั่นที่น่าเกลียดที่สุดกลายเป็นปรากฏการณ์ต้าน AI
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหนังที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากยุคเกมยุค 2000s ถึงได้รับความสนใจขนาดนี้ คำตอบอยู่ที่ความ “เป็นมนุษย์” ครับ ในยุคที่งานศิลปะส่วนใหญ่ถูกสร้างด้วย AI จนดูเนียนตาเกินไป ความห่วยแบบไร้การปรุงแต่งของ Niu Lai กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความพยายามของผู้สร้างทั้งสองคนคือ Xin Yumeng และ Sun Lifang ที่ลงมือทำเองทุกอย่างตั้งแต่โมเดลยันพากย์เสียง
เสน่ห์ของงานศิลปะที่ไม่เหมือนใคร
- ภาพที่ดูหลุดโลกเหมือนฝันร้าย
- ความไม่สมบูรณ์แบบที่หาไม่ได้จาก AI
- ความพยายามจากคนทำหนังอินดี้ที่จับต้องได้
แม้ว่าบางกระแสจะวิจารณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียงกลยุทธ์การฟอกเงินหรือขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ผู้คนอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก กระทั่งโรงภาพยนตร์ต้องวาดโปสเตอร์หนังด้วยมือตัวเองเพราะไม่มีสื่อโปรโมทที่เป็นทางการ ซึ่งยิ่งเพิ่มความขลังให้กับ อนิเมชั่นที่น่าเกลียดที่สุดกลายเป็นปรากฏการณ์ต้าน AI อย่างไม่ตั้งใจ
ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของการสร้าง Niu Lai จะเป็นอย่างไร แต่มันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยี ผู้คนยังคงโหยหาความดิบและความจริงใจ แม้ความจริงนั้นจะดูตลกขบขันหรือน่าเกลียดในสายตาคนส่วนใหญ่ก็ตาม บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณบอกเราว่า งานฝีมือที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์ต่อให้มันจะแย่แค่ไหน มันก็ยังคงมีชีวิตชีวามากกว่าสิ่งที่ AI สร้างขึ้นอยู่ดี คุณล่ะครับ คิดว่าปรากฏการณ์นี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับอนาคตของแอนิเมชั่นบ้าง?
ที่มา – The Year’s Ugliest Animated Movie Has Become an Anti-AI Phenomenon
