อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย
เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวจากฝั่งกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อเงินภาษีของประชาชน ล่าสุด “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ได้พร้อมด้วยทีมงานอดีตรองผู้ว่าฯ ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของ อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย เพื่อให้สังคมได้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานที่กำลังปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่ที่ตรวจสอบได้มากขึ้น
อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย
ในประเด็นเรื่องคดีความ ทางทีมผู้บริหารได้ย้ำชัดว่าการลงโทษทางวินัยที่หลายคนมองว่าน้อยเกินไปนั้น เป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น โดยชัชชาติยืนยันว่าตนเองและคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) ไม่เห็นด้วยกับบทลงโทษที่ล่าช้าและไม่เหมาะสม จึงได้มีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. อย่างเข้มข้น เพื่อให้การสอบสวนครอบคลุมและลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างสาสมที่สุด นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบ e-bidding เพื่อป้องกันการฮั้วประมูล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรื้อระบบบประมาณครั้งใหญ่เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ทุกบาททุกสตางค์ของภาษีถูกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า
การปรับทัพจัดระเบียบเมืองและเศรษฐกิจฐานราก
นอกเหนือจากการปราบทุจริตแล้ว เรื่องของหาบเร่แผงลอยก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทางทีมงานให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยแนวทาง อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย นั้น ได้มุ่งเน้นการจัดระเบียบให้ผู้ค้าเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพื่อลดปัญหาส่วยในพื้นที่ พร้อมเพิ่มมาตรการช่วยเหลือด้วยการจัดตั้ง “ศูนย์อิ่มท้อง” และสนับสนุนระบบสินเชื่อออนไลน์ เพื่อให้คนตัวเล็กตัวน้อยสามารถทำมาหากินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เบียดเบียนสิทธิของประชาชนที่ใช้ทางเท้าด้วย
ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ ผมมองว่านี่คือสัญญาณที่ดีของการบริหารงานยุคดิจิทัล เพราะการที่ผู้บริหารกล้าออกมาแถลงข่าวเอง ยอมรับความผิดพลาด และพร้อมนำหลักฐานขึ้นระบบออนไลน์เพื่อให้คนทั่วไปช่วยกันตรวจสอบ คือก้าวสำคัญของ ‘ธรรมาภิบาล’ ที่เราต้องการเห็นจากหน่วยงานรัฐ
- ความโปร่งใส: ปรับระบบรายงานความคืบหน้าให้เข้าถึงง่าย
- การบังคับใช้กฎหมาย: จัดการเรื่องส่วยและผู้ค้าที่ผิดกฎหมายอย่างเป็นธรรม
- โครงสร้างพื้นฐาน: ปรับโฉมเมืองสู่ World Festivals เพื่อดึงดูดเศรษฐกิจ
สรุปทิศทางในอนาคต: แนวโน้มการพัฒนาเมืองหลังจากนี้จะเปลี่ยนจากการบริหารแบบปิด มาเป็นการเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น การที่ผู้นำกล้าออกมายืนยันความรับผิดชอบต่อกรณีทุจริตไม่ว่าจะเกิดจากใคร เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้โปร่งใสกว่าเดิม ซึ่งเราในฐานะชาวเมืองต้องคอยเป็นหูเป็นตาและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เมืองของเราน่าอยู่ขึ้นอย่างแท้จริง
