ส.ก. ทวงงบซ่อมสวนสาธารณะทั่วกรุง ชี้อุปกรณ์พัง-รกร้าง-ไร้ความปลอดภัย กทม. กางแผนปี 70 อัดงบปรับปรุง 5 สวนใหญ่
เชื่อว่าหลายคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ คงเคยเจอปัญหาเวลาไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน แล้วต้องพบกับอุปกรณ์ที่ชำรุด หรือสภาพสวนที่ดูไม่ค่อยน่าเดินเท่าไหร่ ล่าสุดประเด็นเรื่อง ส.ก. ทวงงบซ่อมสวนสาธารณะทั่วกรุง ชี้อุปกรณ์พัง-รกร้าง-ไร้ความปลอดภัย กทม. กางแผนปี 70 อัดงบปรับปรุง 5 สวนใหญ่ กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการพัฒนาเมืองอย่างมาก หลังจากมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาถกกันกลางที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้ทาง กทม. หันมาใส่ใจโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเหล่านี้ให้มากขึ้นครับ
เจาะลึกปัญหา ส.ก. ทวงงบซ่อมสวนสาธารณะทั่วกรุง ชี้อุปกรณ์พัง-รกร้าง-ไร้ความปลอดภัย กทม. กางแผนปี 70 อัดงบปรับปรุง 5 สวนใหญ่
ต้นเรื่องเริ่มจาก รัชญา เพ็งสุข ส.ก. เขตลาดพร้าว ที่ได้สะท้อนภาพรวมของสวนสาธารณะในพื้นที่ของตนเอง และยังได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ก. พื้นที่อื่นๆ อีกหลายเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตลาดกระบัง บางแค หรือแม้แต่เขตใจกลางเมืองอย่างพญาไท ซึ่งทุกพื้นที่ต่างประสบปัญหาคล้ายกัน คืออุปกรณ์ออกกำลังกายพัง ทางเดินไม่ได้มาตรฐาน หรือแม้กระทั่งห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยครับ แต่มันส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของคนเมืองอย่างเราๆ
จากการประชุมครั้งนี้ ทางผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และทีมบริหาร กทม. ก็ไม่ได้นิ่งเฉยครับ มีการชี้แจงถึงความคืบหน้าในการซ่อมบำรุงในจุดต่างๆ ที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ โดยไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตามองคือ กทม. ได้กางแผนการใช้งบประมาณปี 2570 เพื่อเข้ามาฟื้นฟูสวนสาธารณะ 5 แห่งหลักๆ ด้วยงบรวมกว่า 34 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปลี่ยนโฉมพื้นที่สีเขียวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
แนวทางการแก้ไขและการลงทุน เพื่อคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ
หลายคนอาจสงสัยว่าการซ่อมสวนต้องใช้เงินมหาศาลขนาดนี้เลยหรือ? จริงๆ แล้วหากมองในระยะยาว การที่ กทม. ยอมทุ่มงบประมาณลงไป จะเป็นการลดภาระทางสาธารณสุขของเมืองได้ในอนาคตครับ เพราะสวนสาธารณะที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการออกกำลังกายที่ทำได้ฟรีและเข้าถึงได้ง่าย สิ่งที่เราอยากเห็นหลังจากนี้ไม่ใช่แค่การซ่อมให้เสร็จไปวันๆ แต่คือการมีระบบดูแล (Maintenance) ที่ยั่งยืน ไม่ใช่ซ่อมแล้วพัง ซ่อมแล้วรกร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สำหรับโครงการใหญ่อย่างการทำทางเดินรอบบึงน้ำลาดพร้าว 71 ที่มีมูลค่าสูงถึง 80 ล้านบาท แม้ตอนนี้จะยังต้องหารือถึงความคุ้มค่ากันอีกรอบ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้บริหารหันมาให้ความสนใจกับ ‘งบประมาณเพื่อประชาชน’ อย่างจริงจังเช่นนี้ครับ
มุมมองส่วนตัว: การที่สภากรุงเทพมหานครออกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นสัญญาณที่ดีมากครับ สวนสาธารณะไม่ใช่แค่พื้นที่พักผ่อน แต่เป็นหัวใจของเมืองที่แออัดอย่างกรุงเทพฯ เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ อย่าง Traffy Fondue เพื่อให้ กทม. ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ท่านผู้อ่านครับ หากสวนสาธารณะหน้าบ้านของใครมีปัญหา ลองแจ้งผ่านระบบกันดูนะครับ พลังของพวกเราจะช่วยกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วยิ่งขึ้น
