สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธนัดหารือ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ปมคนหาย-ศพนิรนาม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีประเด็นสังคมที่น่าสนใจและถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ นั่นคือเรื่องของการติดตามคนหายและการจัดการศพนิรนามในประเทศไทยครับ เมื่อเร็วๆ นี้มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธนัดหารือ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ปมคนหาย-ศพนิรนาม ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

สำหรับมูลนิธิกระจกเงาถือเป็นภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์โชกโชนในการลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญหายมาอย่างยาวนาน การที่พวกเขาพยายามยื่นหนังสือขอหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็เพื่อหวังนำข้อมูลเชิงลึกและสถิติจากการทำงานจริงไปช่วยปรับปรุงระบบของรัฐให้ดีขึ้น แต่คำตอบที่ได้กลับมานั้นดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหวังครับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธนัดหารือ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ปมคนหาย-ศพนิรนาม

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหน่วยงานรัฐถึงปฏิเสธการหารือ? ในหนังสือตอบกลับได้ระบุว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัดแล้ว และให้ประสานงานผ่านหน่วยงานเลขานุการแทน ซึ่งมองในมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องของขั้นตอนราชการ แต่หากมองในมุมของความรวดเร็วในการแก้ปัญหา ชีวิตคนเรามีค่ามากเกินกว่าจะมาติดกับดักของเอกสารเพียงอย่างเดียวจริงไหมครับ?

จุดที่น่าสนใจคือ หลังจากนั้นไม่นาน คณะรัฐมนตรีกลับมีมติยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ตำรวจใช้อ้างอิงเสียอย่างนั้น เพื่อเปิดทางให้มีการปรับปรุงกลไกการจัดการคนหายและศพนิรนามใหม่ทั้งระบบ ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐเริ่มเห็นความสำคัญของการอุดช่องโหว่เดิมๆ แล้ว

แนวโน้มความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม

จากเหตุการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธนัดหารือ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ปมคนหาย-ศพนิรนาม ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วแบบนี้ การทำงานแบบ “แยกส่วน” อาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไปครับ เราต้องการการบูรณาการแบบองค์รวมที่ดึงเอาทั้งเทคโนโลยีฐานข้อมูลทันสมัย และประสบการณ์ภาคสนามของมูลนิธิฯ มารวมกัน เพื่อลดจำนวนศพนิรนามและช่วยให้ครอบครัวที่สูญเสียได้พบคนที่เขารักโดยเร็วที่สุด

ข้อคิดและมุมมองเพิ่มเติม:

  • การปรับปรุงฐานข้อมูลคนหายระดับประเทศ ต้องใช้เทคโนโลยี Big Data เข้ามาช่วยวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงาน
  • หน่วยงานภาครัฐควรเปิดรับฟังเสียงจากภาคประชาสังคมให้มากขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้คือผู้ที่เข้าใจ “หน้างาน” จริงที่สุด
  • ควรมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลคนหายที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและตรวจสอบสถานะได้แบบ Real-time

สรุปแล้ว แม้ในอดีตจะเคยมีการปฏิเสธกันไปบ้าง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ผมเชื่อว่าการร่วมมือกันย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ หากภาครัฐมีความจริงใจที่จะเปิดกว้าง ปัญหาเรื่องคนหายในไทยย่อมมีทางออกที่สดใสกว่าเดิมแน่นอน ฝากเพื่อนๆ ติดตามเรื่องนี้กันต่อไปนะครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของ “ความเป็นมนุษย์” ครับ

ที่มา – สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธนัดหารือ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ปมคนหาย-ศพนิรนาม อ้างดำเนินการตามระเบียบแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *