’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ จากแวดวงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและสแกมเมอร์มาอัปเดตกันนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นกระแสแรงมาก นั่นคือ ’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่ซ่อนปมลึกๆ ที่อาจกระทบความมั่นคงของเราทุกคน โดยเฉพาะในยุคที่แก๊งสแกมใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และคริปโตมาฟอกเงินกันอย่างแนบเนียน

’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนธิญา สวัสดี นักกิจกรรมชื่อดัง ได้เดินทางยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยเรียกร้องให้โอนคดีของ ‘หมิงเฉิน ซัน’ ผู้ต้องหาจีนที่ถูกจับพร้อมคลังอาวุธสงครามและระเบิดในชลบุรี ไปให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ DSI รับผิดชอบต่อ เหตุผลหลักคือคดีนี้ซับซ้อนมาก มีเงื่อนงำเชื่อมโยงหลายพื้นที่ และอาจเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวอาชญากรรมไซเบอร์มาหลายปี จะเห็นว่าคดีแบบนี้มักไม่ใช่แค่บุคคลเดียว แต่เป็นเครือข่ายใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีปลอมเอกสาร สวมสิทธิ์ทำบัตรประชาชนไทย เพื่อแทรกซึมทำธุรกิจสีเทา เช่น คอลเซ็นเตอร์สแกม หรือฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี สนธิญาเน้นย้ำ 3 เหตุผลหลักในการยื่นหนังสือครั้งนี้:

  • โอนคดีไปหน่วยงานเฉพาะทางอย่าง บช.ก. หรือ DSI ที่มี expertise ในการสืบสวนข้ามชาติ
  • เร่งตรวจสอบขบวนการสวมสิทธิ์ในพื้นที่เชียงใหม่ เช่น อ.เชียงดาว และ อ.เวียงแหง ที่เคยร้องเรียนไว้
  • ขยายผลเครือข่ายที่เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เมียนมา ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคง

ปมลึก: หมิงเฉิน ซัน ไม่ใช่รายเดียว แต่เป็นอั้งยี่ซ่องโจรข้ามชาติ

ข้อมูลชี้ว่าหมิงเฉินเชื่อมโยงกับเชียงดาวชัดเจน นี่ไม่ใช่การเตรียมก่อเหตุเดี่ยวๆ แต่เป็นองค์กรอาชญากรรมที่อาจผิดหลายกฎหมาย รวมถึงฟอกเงินและสวมสิทธิ์ ในฐานะคนที่เคยวิเคราะห์เทรนด์สแกมเมอร์ ผมบอกได้เลยว่าแก๊งจีนเทาเหล่านี้เก่งเรื่องใช้ VPN, deepfake และ blockchain มาซ่อนร่องรอย ทำให้ตำรวจท้องที่สู้ยาก ต้องใช้หน่วยกลางอย่าง DSI ที่มีเครื่องมือไฮเทคช่วย

ยิ่งไปกว่านั้น คดีนี้อาจโยงถึงหน่วยงานรัฐและเพื่อนบ้าน เคลื่อนไหวข้ามพรมแดน สนธิญาจึงเรียกร้องให้บูรณาการตรวจเส้นเงิน ยึดทรัพย์เด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน และหลังยื่น ผบ.ตร. แล้ว กำหนดยื่น DSI กับ ป.ป.ช. ภายใน 2 วัน เพื่อไล่บี้คนรู้เห็น

มุมมองเทคโนโลยี: สแกมเมอร์จีนเทาใน SEA กำลังอัปเกรดอาวุธดิจิทัล

จากเทรนด์ที่ผมเห็น แก๊งเหล่านี้ใช้ไทยเป็นฮับ เพราะโครงสร้างพื้นฐานดี เน็ตเร็ว เหมาะทำสแกมและฟอกเงินผ่าน NFT หรือ DeFi ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ไทย แต่เป็นภูมิภาค SEA ทั้งนั้น รัฐบาลต้องเร่งใช้ AI ตรวจ transaction และบูรณาการ intel กับเพื่อนบ้าน มิฉะนั้นจะยิ่งลุกลาม

สุดท้าย ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความมั่นคงดิจิทัลต้องมาก่อน สนธิญาทำถูกแล้วที่ผลักดัน ลองนึกภาพถ้าเราไม่จัดการ เงินสแกมไหลเข้าประเทศเราต่อไป สังคมจะวุ่นวายแค่ไหน? เพื่อนๆ ลองช่วยกันรายงานสแกมที่เจอผ่านแอปตำรวจ หรือติดตามข่าวอัปเดตจากบล็อกนี้ เพื่อให้เราร่วมมือกวาดล้างภัยนี้ให้สิ้นซาก!

ที่มา – ​’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *