สตง. ตรวจพบข้อบกพร่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า พื้นที่เสี่ยงจริงไร้อุปกรณ์ แต่กว่า 3 พันหมู่บ้านไม่เสี่ยงกลับมีจุดติดตั้ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมาอัพเดทให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามเรื่องเทคโนโลยีและข่าวสารที่น่าสนใจ สตง. ตรวจพบข้อบกพร่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า พื้นที่เสี่ยงจริงไร้อุปกรณ์ แต่กว่า 3 พันหมู่บ้านไม่เสี่ยงกลับมีจุดติดตั้ง นี่แหละครับ เป็นผลการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เพิ่งเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินถล่มได้ ถ้าระบบมันเวิร์คจริงๆ แต่ปัญหามีเยอะเลย!

สตง. ตรวจพบข้อบกพร่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า พื้นที่เสี่ยงจริงไร้อุปกรณ์ แต่กว่า 3 พันหมู่บ้านไม่เสี่ยงกลับมีจุดติดตั้ง

มาดูรายละเอียดกันแบบชิลๆ ครับ สตง. ตรวจสอบระบบ Early Warning System (EWS) ของหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบปัญหาหลัก 2 อย่างที่ทำให้ระบบนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนแอปสภาพอากาศที่เราคุ้นเคย แต่สำหรับภัยพิบัติใหญ่กว่า ประเด็นแรกคือการติดตั้งสถานีเตือนภัยไม่ตรงจุดเลยครับ จากฐานข้อมูลปี 2554 ที่มีหมู่บ้านเสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม 4,423 แห่ง พบว่ามีถึง 2,042 หมู่บ้าน หรือ 46.17% ที่ไม่มีสถานีครอบคลุม โดยเฉพาะเสี่ยงสูงมาก 669 แห่ง และเสี่ยงสูง 445 แห่ง ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้เลยขาดการเตือนล่วงหน้า!

แย่กว่านั้น ในทางกลับกัน มีหมู่บ้านที่ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงถึง 3,672 แห่ง หรือ 60.66% ที่กลับมีจุดติดตั้งซะงั้น สาเหตุหลักจากเทคโนโลยีติดตั้งยากในพื้นที่ต้นน้ำลาดชัน และฐานข้อมูลเก่าไม่ update ทำให้งบประมาณไปผิดที่ผิดทาง ในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยี EWS มาพักใหญ่ ผมว่าปัญหานี้คล้ายกับการอัพเดทแอปไม่ทัน เหตุการณ์จริงเลยพลาด!

ประเด็นที่ 2: ระบบเตือนไม่แม่นยำและข้อมูลไม่ถึงประชาชน

ส่วนประเด็นสอง ระบบไม่ทำงานตามเป้าเลยครับ จากเหตุน้ำท่วม 195 ครั้งระหว่างปี 2564-2567 มีถึง 72.31% ที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า บางที่ส่งเตือนวิกฤติทั้งที่ไม่มีน้ำจริงๆ ปัญหาความแม่นยำนี่แหละที่ทำให้คนไม่เชื่อถือ นอกจากนี้ การแจ้งเตือนยังไม่ครอบคลุม แม้ 41.90% ได้ผ่านผู้นำชุมชน แต่หลายพื้นที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน แอป EWS DWR ก็ไม่ค่อยมีคนใช้เพราะไม่รู้จักและข้อมูลไม่ครบ

ยิ่งไปกว่านั้น ณ 31 มี.ค. 2568 มีสถานี 264 แห่งจาก 2,156 แห่ง (12.24%) ชำรุด โดยเฉพาะแผงวงจรควบคุม สัญญาณ และประมวลผล และไม่มีแผนสำรอง! เหมือนมือถือแบตหมดกลางทาง ไม่มี power bank ไงครับ

  • ปัญหาหลัก: ติดตั้งผิดที่, ระบบไม่แม่น, อุปกรณ์ชำรุด, ข้อมูลไม่ถึง
  • ผลกระทบ: ประชาชนเสี่ยงชีวิตและทรัพย์สิน
  • เทคโนโลยีที่ควรมี: IoT, AI วิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์, ดาวเทียมเสริม

ข้อเสนอแนะและแผนแก้ไขจากหน่วยงาน

ดีใจที่ สตง. มีคำแนะนำชัดเจน เช่น พัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะพื้นที่ลาดชัน, อัพเดทฐานข้อมูลหมู่บ้านเสี่ยง, ทำแผนสำรองอุปกรณ์ชำรุด หน่วยงานรับเรื่องก็ตอบรับทันที กำหนดแผน 24 พ.ย. 2568 จะศึกษาทบทวนการติดตั้ง ปรับเทคโนโลยี เกณฑ์เตือน และอบรมเจ้าหน้าที่ต่อเนื่อง ถ้าทำได้จริง จะช่วยชีวิตคนได้เยอะเลยครับ

ในมุมผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีภัยพิบัติทั่วโลก แนวโน้มตอนนี้คือใช้ AI และ machine learning ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT กับดาวเทียม ทำให้เตือนภัยแม่นยำขึ้น 95% เหมือนในญี่ปุ่นหรือสหรัฐ ถ้าไทยเราทำตาม จะลดความสูญเสียได้มหาศาล สร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลด้วย

สุดท้าย ผมอยากชวนเพื่อนๆ เตรียมตัวเองด้วยนะครับ ดาวน์โหลดแอปแจ้งเตือนภัยติดบ้าน ตรวจสอบพื้นที่ตัวเองเสี่ยงไหม และแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง มาช่วยกันสร้างสังคมปลอดภัยกันเถอะ! ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์และกดติดตามด้วยนะครับ 😊

ที่มา – สตง. ตรวจพบข้อบกพร่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า พื้นที่เสี่ยงจริงไร้อุปกรณ์ แต่กว่า 3 พันหมู่บ้านไม่เสี่ยงกลับมีจุดติดตั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *