ศูนย์ข้อมูลสหรัฐอาจใช้น้ำเท่านิวยอร์กปี 2030
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นกระหายน้ำอย่างมาก! ศูนย์ข้อมูลที่รันโมเดลเหล่านี้ใช้น้ำจำนวนมหาศาลอยู่แล้ว และภายในปี 2030 ศูนย์ข้อมูลสหรัฐอาจใช้น้ำเท่านิวยอร์กปี 2030 ได้เลยตามผลศึกษาล่าสุด
ศูนย์ข้อมูลสหรัฐอาจใช้น้ำเท่านิวยอร์กปี 2030 ผลศึกษาชี้
ผลการศึกษานี้นำโดย ดร.ชาโอเลย์ เร็น อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ เอกสารยังไม่ผ่านการตรวจสอบแบบ peer-reviewed แต่เผยแพร่บน arXiv แล้ว พบว่าความจุน้ำสาธารณะที่จำกัดกำลังกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการขยายศูนย์ข้อมูล
เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระ ค่ายเทคโนโลยีร่วมมือกับชุมชนเพื่ออัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานน้ำ โดยลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ เช่น Amazon หรือโครงการใน Botetourt ดร.เร็นบอกว่า “บริษัทเหล่านี้มุ่งกำไร ถ้ามีปัญหาแบบนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่”
ทำไมศูนย์ข้อมูลสหรัฐถึงใช้น้ำเท่านิวยอร์กปี 2030?
ศูนย์ข้อมูลทำงานต่อเนื่อง ผลิตความร้อนมหาศาลจากเซิร์ฟเวอร์หนาแน่น อุปกรณ์เครือข่าย และโครงสร้าง IT การระบายความร้อนด้วยของเหลวมีประสิทธิภาพที่สุด แต่ใช้น้ำมาก โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนแบบระเหย
บริษัทเทคโนโลยีอ้างว่าระบบ “closed-loop” หมุนเวียนน้ำและใช้น้อย แต่จริงๆ แล้วยังต้องใช้น้ำจำนวนมากเพราะหอระบายความร้อนแบบระเหยเพื่อถ่ายเทความร้อนออกไป
- ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ใช้น้ำสูงสุด 1 ล้านแกลลอนต่อวันในวันร้อนสุดขีด
- บางแห่งวางแผนไว้ถึง 8 ล้านแกลลอนต่อวัน
ระบบน้ำสาธารณะออกแบบให้รองรับความต้องการสูงสุดเสมอ ดังนั้น peak demand สำคัญมาก แต่ผู้ประกอบการมักรายงานแค่น้ำทั้งปี นักวิจัยจึงวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งสาธารณะ เช่น บันทึกรัฐบาลและฐานข้อมูลน้ำประปา
ถ้าความเข้มข้นการใช้น้ำยังคงเดิม ศูนย์ข้อมูลสหรัฐจะต้องการน้ำใหม่ 697 ล้าน ถึง 1.45 พันล้านแกลลอนต่อวันภายในปี 2030 เท่ากับน้ำประปานิวยอร์กทั้งเมือง! ค่าใช้จ่ายสร้างความจุนี้ 10-58 พันล้านดอลลาร์ โดยชุมชนเจ้าของที่ต้องรับภาระหลัก
นี่เป็นการประมาณ “อนุรักษ์นิยมมาก” เพราะสมมติ peak-to-average ratio เพียง 4.5 ซึ่งต่ำสุด
ผลกระทบและทางแก้ปัญหา
ปัญหานี้กระทบอุตสาหกรรมเทคโดยตรง ถ้าน้ำไม่พอ โครงการอาจล่าช้า ค่าใช้จ่ายพุ่ง ลดขนาด หรือต้องใช้ dry cooling (ใช้ลมแทนน้ำ) ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ เพิ่มการใช้ไฟฟ้า สายส่งโหลดหนักในหน้าร้อน
- ต้องบังคับรายงาน peak demand ไม่ใช่แค่น้ำทั้งปี
- สร้างพันธมิตรบริษัท-ชุมชน เพื่อให้บริษัทช่วยทุนอัพเกรดโครงสร้าง
ดร.เร็นย้ำว่า “ชุมชนไม่มีทางจ่ายไหว ต้องอาศัยทุนบริษัท”
ขณะศูนย์ข้อมูลขยายตัวทั่วสหรัฐ อุตสาหกรรมต้องเผชิญ bottleneck นี้ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง บริษัทและชุมชนจะเดือดร้อนร่วมกัน
คุณคิดว่าศูนย์ข้อมูลสหรัฐควรรับผิดชอบอย่างไรต่อปัญหาน้ำ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก!
ที่มา – US Data Centers Could Require as Much Water as New York City by 2030, Study Shows