ศึกชิงประธานสภา กทม. ‘กลุ่มคนทำงาน’ เคาะแผนลับ ชี้ขาดสูตรจับมือพรรคประชาชน หรือตั้งแนวร่วมต้านส้ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ คอการเมืองทุกคน ช่วงนี้บรรยากาศในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังจากที่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างไม่เป็นทางการทยอยออกมา สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้น ศึกชิงประธานสภา กทม. ‘กลุ่มคนทำงาน’ เคาะแผนลับ ชี้ขาดสูตรจับมือพรรคประชาชน หรือตั้งแนวร่วมต้านส้ม ซึ่งถือเป็นหมากกระดานสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายหลายหมื่นล้านในเมืองหลวงของเราครับ

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในสภา กทม. คะแนนเสียงค่อนข้างกระจายตัว แม้ว่าพรรคประชาชนจะคว้าที่นั่งมาได้มากที่สุดถึง 22 เสียง แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์กึ่งหนึ่งที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั่นจึงทำให้กลุ่มตัวแปรสำคัญอย่าง ‘กลุ่มคนทำงาน’ ที่กุมเสียงไว้ในมือถึง 11 คน กลายเป็น ‘คิงเมคเกอร์’ ที่ทุกฝ่ายต้องหันมาจับตามองอย่างใกล้ชิดครับ

ศึกชิงประธานสภา กทม. ‘กลุ่มคนทำงาน’ เคาะแผนลับ ชี้ขาดสูตรจับมือพรรคประชาชน หรือตั้งแนวร่วมต้านส้ม

หลายคนคงสงสัยว่าเกมนี้จะจบลงอย่างไร? จากข้อมูลเบื้องต้นที่หลุดออกมา มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด 2 ฉากทัศน์หลักครับ สมการแรกคือการจับมือกันระหว่างพรรคประชาชนและกลุ่มคนทำงาน ซึ่งถือเป็นสูตรที่เสถียรที่สุดเพราะจะมีเสียงรวมกันถึง 33 เสียง ซึ่งเกินครึ่งสภาไปไกล ทำให้การบริหารงานราบรื่นและไร้รอยต่อแน่นอน อย่างไรก็ตาม มันยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน นั่นคือการตั้ง ศึกชิงประธานสภา กทม. ‘กลุ่มคนทำงาน’ เคาะแผนลับ ชี้ขาดสูตรจับมือพรรคประชาชน หรือตั้งแนวร่วมต้านส้ม ในแนวทางที่รวบรวมพรรคการเมืองฝั่งอื่นๆ เข้าด้วยกันเพื่อสกัดกั้นพรรคประชาชนครับ

หากวิเคราะห์ตามจำนวนที่นั่งประกอบด้วย:

  • พรรคประชาชน: 22 ที่นั่ง
  • กลุ่มคนทำงาน: 11 ที่นั่ง
  • พรรคประชาธิปัตย์: 8 ที่นั่ง
  • พรรคเพื่อไทย: 4 ที่นั่ง
  • กลุ่มอิสระและอื่นๆ: 5 ที่นั่ง

การตัดสินใจของสมาชิกกลุ่มคนทำงานทั้ง 11 ท่าน อาทิ คุณวิพุธ ศรีวะอุไร, คุณพงศกร รัตนเรืองวัฒนา หรือคุณสารัช ม่วงศิริ จะเป็นตัวชี้ขาดว่า สภา กทม. ชุดนี้จะก้าวเดินไปในทิศทางใด หากพวกเขาตัดสินใจเลือกแนวร่วมต้านส้มจริงๆ การเมืองในระดับมหานครอาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง และนำไปสู่ความเข้มข้นในการตรวจสอบฝ่ายบริหารที่มากขึ้นครับ

มุมมองและการวิเคราะห์ในอนาคต

ส่วนตัวผมมองว่า ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบไหน สิ่งที่ประชาชนกรุงเทพฯ คาดหวังไม่ใช่แค่เกมการเมืองที่มุ่งเน้นแต่เก้าอี้ประธานสภา แต่คือการเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหาการจราจร และเศรษฐกิจระดับฐานราก การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ‘กลุ่มคนทำงาน’ จะใช้เสียงในมือที่เป็นดั่งไพ่ตายนี้ วางรากฐานเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างคุ้มค่าเพียงใด เราในฐานะคนเฝ้าสังเกตการณ์ต้องจับตาดูการขยับตัวหลังบ้านของพวกเขาให้ดีครับ เพราะทุกมิลลิเมตรของการเมืองมีผลกระทบถึงกระเป๋าตังค์และคุณภาพชีวิตของเราจริงๆ

บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาจนกว่าจะมีการโหวตอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ สเกลการเมืองท้องถิ่นกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่ที่ไม่มีขั้วอำนาจผูกขาดอีกต่อไปแล้ว ใครที่สามารถประสานผลประโยชน์และแสดงวิสัยทัศน์ที่ตรงใจผู้เลือกตั้งได้มากกว่า ผู้นั้นคือผู้ที่จะได้ถือครองอำนาจแท้จริงครับ

ที่มา – ศึกชิงประธานสภา กทม. ‘กลุ่มคนทำงาน’ เคาะแผนลับ ชี้ขาดสูตรจับมือพรรคประชาชน หรือตั้งแนวร่วมต้านส้ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *