ศาลยุติธรรมเคลียร์ปม 3.6 หมื่นล้าน แจง กมธ. ย้ำไม่ใช่รายรับ แต่เป็น ‘เงินรอนำส่งคลัง-คืนคู่ความ’

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมมีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในโลกโซเชียลมาสรุปให้ฟังกันครับ เกี่ยวกับกรณีข้อสงสัยเรื่องงบการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรมที่มีตัวเลขเงินสดสูงถึง 36,700 ล้านบาท จนเกิดคำถามมากมายว่าเงินก้อนนี้มาจากไหนและนำไปใช้อะไรได้บ้าง งานนี้ทางศาลยุติธรรมไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ออกมาชี้แจงให้เห็นภาพชัดเจนผ่านคณะกรรมาธิการฯ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกันว่า ศาลยุติธรรมเคลียร์ปม 3.6 หมื่นล้าน แจง กมธ. ย้ำไม่ใช่รายรับ แต่เป็น ‘เงินรอนำส่งคลัง-คืนคู่ความ’ อย่างแน่นอน

ศาลยุติธรรมเคลียร์ปม 3.6 หมื่นล้าน แจง กมธ. ย้ำไม่ใช่รายรับ แต่เป็น ‘เงินรอนำส่งคลัง-คืนคู่ความ’

หลายคนอาจตกใจเมื่อเห็นตัวเลขหลักหมื่นล้าน แต่ถ้าลองมาดูไส้ในของบัญชีจะเข้าใจทันทีครับว่าเงินจำนวน 36,700 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่เงินรายได้ที่ศาลสามารถหยิบมาใช้จ่ายบริหารงานได้ตามใจชอบ แต่มันคือเงินที่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ต้องบริหารจัดการให้ถูกต้องตามขั้นตอนครับ

เปิดรายละเอียดเงินที่มีภาระผูกพัน

ในส่วนแรกคือเงินฝากสถาบันการเงินและเงินฝากระยะสั้นประมาณ 27,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินหลายก้อนที่รอการจัดสรร ไม่ว่าจะเป็น:

  • เงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับที่ต้องนำส่งคลังในแต่ละปี
  • เงินรับฝากค่าปรับผู้ประกันที่รอการนำส่ง
  • เงินรับฝากเงินกลาง ซึ่งก้อนนี้ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดกว่า 14,500 ล้านบาท โดยเป็นเงินประกันตัวหรือเงินวางทรัพย์ที่คู่ความนำมาฝากไว้ ศาลมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาไว้และคืนให้เมื่อคดีเสร็จสิ้นตามกระบวนการยุติธรรมครับ
  • เงินค่าใช้จ่ายในการส่งคำคู่ความและค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการที่รอจ่ายให้ผู้เกี่ยวข้อง

เงินที่ฝากไว้กับคลังเพื่อภารกิจเฉพาะ

ในส่วนที่สองคือเงินที่ฝากไว้กับคลังเพื่อเตรียมใช้จ่ายตามภารกิจเฉพาะเจาะจง เช่น เงินประกันสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เงินค่าธรรมเนียมศาล รวมถึงเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี ซึ่งเงินเหล่านี้มีที่มาที่ไปและมีข้อกำหนดกฎหมายรองรับอย่างเคร่งครัด เมื่อผู้รับจ้างหรือคู่ความทำหน้าที่ครบถ้วนตามสัญญา ศาลก็มีหน้าที่ต้องคืนเงินดังกล่าวให้ตามขั้นตอนครับ

ทำไมตัวเลขถึงสูงขึ้นในปีนี้?

ประเด็นที่คนสงสัยว่าทำไมปี 2568 ถึงดูสูงกว่าปี 2567 คำตอบก็คือ ยิ่งมีคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมากขึ้น ปริมาณการวางหลักประกันหรือการวางทรัพย์ต่อศาลก็ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวครับ นี่คือเหตุผลทางสถิติที่สะท้อนให้เห็นว่าศาลทำงานหนักขึ้น และตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขทางบัญชีที่หมุนเวียนไปตามการดำเนินคดีเท่านั้น

บทเรียนในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การสื่อสารเรื่องตัวเลขงบประมาณที่ซับซ้อนเป็นเรื่องสำคัญครับ ทางสำนักงานศาลยุติธรรมเองก็น้อมรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะปรับปรุงวิธีการรายงานข้อมูลให้ชัดเจนขึ้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต

ในมุมมองของผม นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการตรวจสอบถ่วงดุลและการชี้แจงด้วยความโปร่งใสครับ ในยุคที่ข่าวสารกระจายไปไว การมีข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องจากหน่วยงานรัฐจะช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่สนใจเรื่องการเงินหรือการทำงานของหน่วยงานรัฐ อย่าลืมติดตามข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อที่จะได้รับรู้ความจริงที่ถูกต้องนะครับ

ที่มา – ศาลยุติธรรมเคลียร์ปม 3.6 หมื่นล้าน แจง กมธ. ย้ำไม่ใช่รายรับ แต่เป็น ‘เงินรอนำส่งคลัง-คืนคู่ความ’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *