ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ที่ชื่นชอบข่าวการเมืองแบบดราม่ามันส์ๆ เหมือนดูซีรีส์! วันนี้เรามีเรื่องฮอตฮิตจากวงการเลือกตั้งมาอัปเดตกันครับ ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ นี่แหละครับเรื่องที่ทำให้แฟนข่าวการเมืองต้องตื่นเต้น เพราะมันสะท้อนถึงความเข้มงวดของกฎหมายเลือกตั้งไทยที่ไม่ยอมให้ใครโกงระบบได้ง่ายๆ

ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยในคดี ลต.สขข. 16/2569 และ ลต.สขข. 20/2569 ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่าง ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส. เขต 7 นครศรีธรรมราช จากพรรคกล้าธรรม กับ กกต. ผู้อำนวยการเลือกตั้งเขตประกาศชื่อก้องเกียรติเป็นหมายเลข 3 แต่แล้วก็มีดราม่า! สมคิด หวานเหลือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นคัดค้าน กกต.ตรวจสอบเจอว่าก้องเกียรติเคยโดนศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาคดีลักทรัพย์ คดีแดง 3673/2542 โทษจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 1,500 บาท ตาม ปพก.อาญา มาตรา 335 (1) ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริต ห้ามสมัครตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 42 (12)

ก้องเกียรติไม่ยอมง่ายๆ ยื่นอุทธรณ์ศาลฎีกาฯ อ้างเอกสารจากสำนักงานคุมประพฤติสุราษฎร์ธานีกับกรมคุมประพฤติขัดแย้งกัน พยานหลักฐานไม่ยืนยันตัวบุคคลเดียวกัน ขอคืนสิทธิ แต่ศาลเช็คข้อมูลละเอียดยิบ จากสถานีตำรวจ ศาลจังหวัด สำนักงานคุมประพฤติ ทะเบียนราษฎร เลขบัตรประชาชน วันเกิด คำเบิกความของตัวก้องเกียรติเอง ทุกอย่างแมตช์กันเป๊ะ! ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน คำวินิจฉัย กกต. ถอนชื่อถูกต้อง ยกคำร้อง ก้องเกียรติหลุดสนามเลือกตั้งทันที

หลักฐานสำคัญที่ศาลใช้ตัดสิน

  • เลขประจำตัวประชาชนและวันเกิด: สอดคล้องทุกเอกสาร
  • ข้อมูลจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี: พิพากษาถึงที่สุดแล้ว
  • คำเบิกความของผู้ร้อง: ยืนยันตัวตนชัดเจน
  • ทะเบียนคุมประพฤติ: แม้มีขัดแย้งบ้าง แต่ภาพรวมตรงกัน

เคสนี้เหมือนบทเรียนใหญ่สำหรับนักการเมืองมือใหม่และเก่าๆ เลยครับ ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบประวัติได้ง่ายขึ้น เหมือนใช้ AI สแกน background check แบบเรียลไทม์ กกต. และศาลทำงานโปร่งใสสุดๆ ทำให้ประชาชนมั่นใจในระบบเลือกตั้งมากขึ้น

ทำไมเคสนี้ถึงสำคัญสำหรับการเลือกตั้งไทย?

จากประสบการณ์ติดตามข่าวการเมืองมานับสิบปี เคส ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ เป็นตัวอย่างของ ‘zero tolerance’ ต่อประวัติอาชญากรรม โดยเฉพาะคดีทรัพย์ที่บ่งบอกถึงความไม่น่าเชื่อถือ ถ้าปล่อยให้สมัครได้ ระบบจะเสียหายหนัก ลองนึกภาพถ้าผู้สมัครทุกคนต้องผ่าน background check ด้วยบิ๊กดาต้า จะโปร่งใสแค่ไหน!

นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรมที่เพิ่งเกิดใหม่ ต้องเจอเคสนี้กระทบภาพลักษณ์ แต่ก็เป็นโอกาสเรียนรู้ในการคัดสมาชิก พรรคเล็กๆ อย่างนี้ต้องเข้มงวดยิ่งกว่าเพื่อแข่งกับพรรคใหญ่ ในแง่เทรนด์ ปี 2567 การเลือกตั้งท้องถิ่นและ สว. ก็จะเจอการตรวจสอบเข้มแบบนี้เพิ่ม Trend ชัดเจน: เทคโนโลยีดิจิทัล + กฎหมายเก่า = การเมืองสะอาดขึ้น!

ส่วนตัวผมคิดว่าเคสนี้ดีต่อประชาชน เพราะช่วยกรองคนไม่เหมาะสมออกไปตั้งแต่ต้นทาง ถ้าคุณเป็นคนนครศรีธรรมราชหรือติดตามการเมืองใต้ ลองเช็คประวัติผู้สมัครทุกคนก่อนโหวตนะครับ จะได้ไม่พลาด

Call to Action: เพื่อนๆ คิดยังไงกับเคสนี้นะ? คอมเมนต์บอกกันได้เลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการเมืองและเทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูล!

ที่มา – ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *