ศาลจังหวัดชลบุรียกฟ้องคดีสุชาติ ฟ้องหมิ่น บก.Isaan Record ชี้ทำหน้าที่สื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ปมสินบนส่งแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ฟินแลนด์
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีที่น่าสนใจมากสำหรับแวดวงสื่อมวลชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในประเทศไทย หลังจากที่มีประเด็นดราม่าในคดีหมิ่นประมาทใหญ่โต ล่าสุดศาลจังหวัดชลบุรียกฟ้องคดีสุชาติ ฟ้องหมิ่น บก.Isaan Record ชี้ทำหน้าที่สื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ปมสินบนส่งแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ฟินแลนด์ ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญมากสำหรับสังคมไทยในยุคปัจจุบันครับ
เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 1 ล้านบาท จากการแชร์โพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในการส่งแรงงานไปเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์ หลายคนคงจำได้ว่าปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้เหล่าแรงงานอย่างมหาศาล การที่สื่อมวลชนลุกขึ้นมาตั้งคำถามจึงเป็นเรื่องที่ทำเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงครับ
ศาลจังหวัดชลบุรียกฟ้องคดีสุชาติ ฟ้องหมิ่น บก.Isaan Record ชี้ทำหน้าที่สื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ปมสินบนส่งแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ฟินแลนด์
ในการพิจารณาคดี ศาลได้ให้เหตุผลไว้อย่างน่าสนใจมากครับ โดยระบุว่าการกระทำของ บก.Isaan Record นั้นไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้าย แต่เป็นการตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบผู้มีอำนาจในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งประชาชนมีสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตได้ นอกจากนี้ ศาลจังหวัดชลบุรียกฟ้องคดีสุชาติ ฟ้องหมิ่น บก.Isaan Record ชี้ทำหน้าที่สื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ปมสินบนส่งแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ฟินแลนด์ เพราะมองว่าการกระทำของสื่อเป็นการทำเพื่อปกป้องประโยชน์ของแรงงานไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ
ผลกระทบต่อแนวทางการฟ้องปิดปาก (SLAPP)
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชัยชนะในห้องพิจารณาคดีเท่านั้น แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มใหม่ในกระบวนการยุติธรรมไทยครับ ทนายความที่เป็นตัวแทนจำเลยได้ให้ความเห็นไว้อย่างคมคายว่า การใช้คดีความมาฟ้องปิดปาก (SLAPP) เพื่อข่มขู่หรือปิดกั้นการตรวจสอบนั้น กำลังจะกลายเป็นอาวุธที่ใช้ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากแนวทางของประธานศาลฎีกาที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องเสรีภาพและการตรวจสอบที่เป็นธรรม
สิ่งที่เพื่อนๆ ควรรู้เพิ่มเติมจากกรณีนี้คือ:
- การติชมโดยสุจริตและการตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย
- การที่บุคคลสาธารณะได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศ ก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบจากประชาชนและสื่อมวลชน
- การปกป้องประโยชน์สาธารณะมีความสำคัญเหนือกว่าความพยายามใช้กฎหมายหมิ่นประมาทมาเป็นเครื่องมือส่วนตัว
ในมุมมองของผม ผมคิดว่านี่คือนิมิตหมายอันดีของสังคมไทยที่สื่อมวลชนยังคงเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงจนเกินไป เราควรสนับสนุนสื่อที่กล้านำเสนอความจริงอย่างสร้างสรรค์ และคนทำงานสื่อเองต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณ การฟ้องคดีเพื่อสกัดกั้นการตรวจสอบไม่ควรมีที่ยืนในสังคมสมัยใหม่ หากใครก็ตามที่อยู่ในตำแหน่งบริหารงานรัฐ ต้องเปิดใจรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมันคือกระบวนการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยครับ สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านและใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์กันนะครับ
