วัคซีนอีสุกอีใสเด็กอาจลดงูสวัดในอนาคต

หลายคนอาจคุ้นเคยกับโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก แต่ไม่ทราบว่าไวรัสชนิดเดียวกันสามารถหลบซ่อนอยู่ในร่างกายและกลับมาก่อให้เกิดโรคงูสวัดได้ในภายหลัง งานวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกาพบแนวโน้มที่น่าสนใจว่า วัคซีนอีสุกอีใสเด็กอาจลดงูสวัดในอนาคต โดยเฉพาะในคนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังการเริ่มใช้นโยบายฉีดวัคซีนอย่างเป็นระบบ

การศึกษานี้วิเคราะห์เวชระเบียนของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ มากกว่า 85 ล้านคน โดยนักวิจัยจาก Epic Health Research Network เปรียบเทียบอัตราการเกิดโรคงูสวัดระหว่างคนแต่ละช่วงอายุ ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า คนที่เกิดหลังช่วงกลางทศวรรษ 1990 มีอัตราการป่วยต่ำกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเริ่มใช้นโยบายฉีดวัคซีนอีสุกอีใสในเด็กอย่างแพร่หลาย

วัคซีนอีสุกอีใสเด็กอาจลดงูสวัดในอนาคต

โรคงูสวัดเกิดจากการกลับมากำเริบของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์ ซึ่งเป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดอีสุกอีใส เมื่อคนเคยติดเชื้ออีสุกอีใส ไวรัสอาจยังคงอยู่ในระบบประสาทและกลับมาแสดงอาการอีกครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อายุที่มากขึ้น ความเครียด หรือโรคบางชนิดอาจเพิ่มโอกาสให้เกิดงูสวัดได้

อย่างไรก็ตาม วัคซีนอีสุกอีใสช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่จำเป็นต้องผ่านการติดเชื้อแบบรุนแรงตามธรรมชาติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า การป้องกันอีสุกอีใสตั้งแต่วัยเด็กอาจช่วยลดความเสี่ยงของงูสวัดเมื่อเติบโตขึ้น แม้งานวิจัยนี้ไม่ได้ตรวจสอบโดยตรงว่าผู้เข้าร่วมแต่ละคนได้รับวัคซีนหรือไม่ก็ตาม

วัคซีนอีสุกอีใสเด็กอาจลดงูสวัดในอนาคตอย่างไร

ข้อมูลจากการศึกษาพบความแตกต่างระหว่างคนแต่ละรุ่นอย่างชัดเจน กลุ่มคนรุ่น Gen X ที่เกิดระหว่างปี 1968-1975 มีอัตราการเกิดงูสวัดเฉลี่ยประมาณ 181.9 รายต่อประชากร 10,000 คน ขณะที่ผู้ใหญ่รุ่นใหม่ที่เกิดระหว่างปี 2006-2008 มีอัตราประมาณ 7 รายต่อ 10,000 คน หรือต่ำกว่าประมาณ 26 เท่า

สำหรับกลุ่มมิลเลนเนียลที่เกิดระหว่างปี 1986-1990 อัตราการเกิดโรคอยู่ที่ประมาณ 76.7 รายต่อ 10,000 คน ส่วนกลุ่มที่เกิดระหว่างปี 1991-1995 มีอัตราประมาณ 45.5 รายต่อ 10,000 คน ก่อนจะลดลงเหลือเพียง 17.3 รายต่อ 10,000 คนในกลุ่มที่เกิดระหว่างปี 1996-2000 การลดลงระหว่างสองกลุ่มหลังคิดเป็นประมาณ 62 เปอร์เซ็นต์ และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงอายุใกล้เคียงกัน

เหตุผลที่อัตรางูสวัดลดลงในคนรุ่นใหม่

นักวิจัยระบุว่า จุดเปลี่ยนดังกล่าวสอดคล้องกับช่วงที่เด็กในสหรัฐฯ เริ่มมีสิทธิ์ได้รับวัคซีนอีสุกอีใสเป็นประจำ แม้นโยบายจะไม่ได้แบ่งเส้นอย่างตายตัวตามปีเกิด เพราะมีการฉีดวัคซีนชดเชยให้เด็กโตที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันด้วย ดังนั้น ผลดีจากนโยบายจึงอาจขยายไปถึงคนบางส่วนที่เกิดก่อนช่วงเวลาสำคัญดังกล่าวด้วย

ผลลัพธ์นี้สนับสนุนแนวคิดว่า การมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดงูสวัดในอนาคตต่ำกว่าการติดเชื้ออีสุกอีใสตามธรรมชาติ แต่ควรทำความเข้าใจว่านี่เป็นการศึกษาจากข้อมูลเวชระเบียนและการเปรียบเทียบตามช่วงปีเกิด ไม่ใช่การทดลองที่ยืนยันเหตุและผลโดยตรง ปัจจัยอื่น เช่น การเข้าถึงบริการสุขภาพ พฤติกรรมการพบแพทย์ และความแตกต่างของประชากรแต่ละรุ่น ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

  • อีสุกอีใสและงูสวัดเกิดจากไวรัสชนิดเดียวกัน แต่มีลักษณะอาการและช่วงเวลาที่เกิดแตกต่างกัน
  • วัคซีนช่วยลดโอกาสการติดเชื้ออีสุกอีใส และอาจลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
  • การศึกษานี้พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการฉีดวัคซีนเป็นสาเหตุเดียวของการลดลง
  • ผู้ใหญ่ยังควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันงูสวัดตามอายุและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน

งูสวัดไม่ใช่เพียงผื่นธรรมดา

อาการของงูสวัดมักเริ่มจากความปวดแสบปวดร้อน คัน หรือเสียวบริเวณผิวหนัง ก่อนจะมีผื่นและตุ่มน้ำขึ้นเป็นแนวตามเส้นประสาท แม้หลายคนจะหายได้ภายในระยะหนึ่ง แต่บางรายอาจมีอาการปวดเส้นประสาทต่อเนื่องเป็นเวลานาน ภาวะแทรกซ้อนนี้เรียกว่าอาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด และอาจส่งผลต่อการนอนหลับ การทำงาน และคุณภาพชีวิต

หากมีผื่นหรือตุ่มน้ำที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา ควรรีบพบแพทย์ เพราะการรักษาในช่วงแรกอาจช่วยลดความรุนแรงและความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรใส่ใจเป็นพิเศษ

โดยสรุป ข้อมูลจากการศึกษาขนาดใหญ่ชี้ให้เห็นภาพที่น่าสนใจว่า วัคซีนอีสุกอีใสเด็กอาจลดงูสวัดในอนาคต และประโยชน์ของการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วัยเด็กอาจยาวนานกว่าที่หลายคนคิด อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรใช้ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนตัดสินใจเรื่องวัคซีน การป้องกันตั้งแต่วันนี้อาจช่วยให้เด็กมีสุขภาพที่ดีขึ้นในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

ติดตามคำแนะนำจากแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนวัคซีนที่เหมาะสมกับสมาชิกทุกวัยในครอบครัว เพราะการป้องกันโรคที่ดีเริ่มต้นได้จากข้อมูลที่ถูกต้อง

ที่มา – Childhood Chickenpox Shots May Be Slashing Shingles Cases Decades Later—by Quite a Bit

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *