ราคาโดรนพุ่งสูงขึ้นหลังโดนมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์
ราคาโดรนพุ่งสูงขึ้นหลังโดนมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์
วงการโดรนผู้บริโภคกำลังเผชิญกับคลื่นลมแรงอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าฉบับใหม่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพมุมสูง การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ แต่มันคือเรื่องของเงินในกระเป๋าของคุณ เพราะราคาโดรนพุ่งสูงขึ้นหลังโดนมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้โดรนรุ่นที่คุณเล็งไว้อาจมีราคาแพงขึ้นจนน่าตกใจ หรืออาจจะหาซื้อไม่ได้เลยในเร็วๆ นี้
ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อราคาโดรนพุ่งสูงขึ้นหลังโดนมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์
มาตรการภาษีใหม่นี้กำหนดภาษีนำเข้าสูงถึง 100% สำหรับโดรนที่มีระบบถ่ายภาพความร้อน หรือโดรนที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีการเก็บภาษีเพิ่มอีก 25% สำหรับโดรนขนาดเล็กทั่วไปที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 250 กรัม ซึ่งเป็นกลุ่มโดรนยอดนิยมที่คนทั่วไปใช้กัน สิ่งที่น่ากังวลคือ:
- แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง DJI จากประเทศจีนจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
- ชิ้นส่วนและซอฟต์แวร์จากประเทศในยุโรป เกาหลีใต้ และไต้หวัน ก็ถูกเก็บภาษีเพิ่มเช่นกัน
- ผู้ใช้งานทั่วไปต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก
หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น คำตอบของทางการสหรัฐฯ คือความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ราคาโดรนพุ่งสูงขึ้นหลังโดนมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์ เรากลับไม่เห็นบริษัทภายในสหรัฐฯ ที่มีความสามารถในการผลิตโดรนผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับแบรนด์ชั้นนำในตลาดได้เลยในทันที ซึ่งนี่อาจเป็นเพียงความพยายามในการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่ผู้บริโภคต้องเป็นผู้จ่ายราคาแพง
หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อโดรนใหม่ในช่วงนี้ แนะนำให้ลองตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งเรื่องของกฎระเบียบจาก FCC และการปรับตัวของราคาสินค้าในท้องตลาด การสะสมโดรนรุ่นที่ยังได้รับอนุญาตหรือการมองหาทางเลือกอื่นอาจเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคตอันใกล้ครับ
ที่มา – Trump Declares the Few Drones You Can Still Buy Will Cost Way More
