รัสเซียปิดผนึกส่วนหนึ่งของ ISS หลังอากาศรั่วหลายปี
ปัญหาอากาศรั่วบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS กลายเป็นประเด็นที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ล่าสุดมีรายงานว่า รัสเซียกำลังเตรียมปิดผนึกส่วนหนึ่งของสถานีอย่างถาวร เพื่อแยกพื้นที่ที่มีปัญหาออกจากโมดูลอื่น และลดความเสี่ยงที่อากาศจะรั่วไหลต่อเนื่อง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของการดูแลสถานีอวกาศที่ใช้งานมานาน และความซับซ้อนของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานอวกาศจากหลายประเทศ
จุดที่เกิดการรั่วไหลอยู่ภายในอุโมงค์ถ่ายโอน PrK ซึ่งเชื่อมต่อช่องจอดยานกับโมดูล Zvezda ของรัสเซีย นักบินอวกาศตรวจพบปัญหาครั้งแรกในปี 2019 จากนั้น NASA และ Roscosmos พยายามค้นหาตำแหน่งที่แน่ชัด รวมถึงทดลองซ่อมแซมด้วยวิธีต่าง ๆ หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการรั่วหยุดลงอย่างสมบูรณ์
รัสเซียปิดผนึกส่วนหนึ่งของ ISS หลังอากาศรั่วหลายปี
ตามรายงานของ Anatoly Zak นักข่าวผู้ติดตามโครงการอวกาศรัสเซียอย่างใกล้ชิด Roscosmos อาจตัดสินใจปิดประตูระหว่างโมดูล Zvezda กับอุโมงค์ PrK เป็นการถาวร วิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าสามารถซ่อมแซมรอยรั่วได้โดยตรง แต่เป็นการจำกัดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้อากาศจากส่วนหลักของสถานีไหลเข้าไปยังบริเวณที่มีปัญหา
การปิดประตูดังกล่าวจะทำให้อุโมงค์ PrK ไม่สามารถใช้งานได้ตามเดิม นักบินอวกาศรัสเซียจะไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือใช้พื้นที่นี้เป็นเส้นทางถ่ายโอนสิ่งของได้อีก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวอาจช่วยลดอัตราการสูญเสียอากาศ และทำให้ทีมควบคุมภาคพื้นดินสามารถจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ง่ายขึ้น
เหตุใดอากาศรั่วบนสถานีอวกาศจึงเป็นเรื่องสำคัญ
สถานีอวกาศนานาชาติจำเป็นต้องรักษาความดันภายในให้เหมาะสม เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างปลอดภัย แม้การรั่วในช่วงแรกอาจมีอัตราต่ำ แต่หากปล่อยไว้นาน ปัญหาอาจรุนแรงขึ้น และทำให้ต้องเติมอากาศหรือก๊าซที่ใช้รักษาความดันบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ทีมงานยังต้องตรวจสอบว่าแรงดันที่ลดลงเกิดจากรอยรั่วเพียงจุดเดียว หรือมีรอยรั่วหลายตำแหน่งซ่อนอยู่
ข้อมูลจาก NASA ระบุว่า อัตราการรั่วจากบริเวณโมดูลบริการเคยเพิ่มขึ้นจากประมาณหนึ่งปอนด์ต่อวัน เป็นมากกว่าสองปอนด์ต่อวันในช่วงปี 2024 ก่อนจะขึ้นไปแตะประมาณ 3.7 ปอนด์ต่อวันในเดือนเมษายนของปีเดียวกัน ระดับดังกล่าวทำให้ NASA ยกระดับปัญหาเป็นความเสี่ยงสูงสุดประเภทหนึ่ง เพราะอาจกระทบต่อการดำเนินงานระยะยาวของสถานี
ในเดือนมิถุนายน 2025 การตรวจวัดแรงดันครั้งใหม่ทำให้ทีมงานมีความหวังว่าอาจพบสัญญาณของการรั่วที่ลดลง หรือมีบางส่วนถูกปิดได้แล้ว แต่ความหวังนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อช่วงเวลาต่อมา นักบินอวกาศรัสเซียพบว่าแรงดันภายในอุโมงค์ PrK ลดลงอย่างช้า ๆ ระหว่างขนถ่ายสัมภาระจากยาน Progress 95 เหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่าอากาศยังคงรั่วออกจากสถานี และการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้อาจไม่ได้หมายความว่าปัญหาถูกแก้ไขแล้ว
ภารกิจขนส่งครั้งต่อไปจะได้รับผลกระทบอย่างไร
รัสเซียมีกำหนดส่งยานขนส่ง Progress MS-36 ไปยังสถานีอวกาศในเดือนถัดไป ภารกิจนี้อาจเป็นภารกิจขนส่งเสบียงครั้งแรกที่ต้องปรับแผนจากการปิดอุโมงค์ PrK แทนที่จะขนถ่ายสิ่งของผ่านโมดูล Zvezda ทีมงานจะใช้ช่องทางของโมดูล Poisk ซึ่งเป็นโมดูลอีกส่วนหนึ่งของฝั่งรัสเซีย
การเปลี่ยนเส้นทางอาจดูเหมือนเป็นรายละเอียดด้านการปฏิบัติงาน แต่ในความเป็นจริงต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ ทั้งตำแหน่งจัดเก็บสัมภาระ ตารางการทำงานของลูกเรือ การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และการควบคุมความปลอดภัย ทุกขั้นตอนต้องสอดคล้องกับโครงสร้างและระบบสนับสนุนชีวิตของสถานี
- ด้านความปลอดภัย: การแยกพื้นที่รั่วช่วยลดปริมาณอากาศที่สูญเสียจากส่วนหลักของ ISS
- ด้านการขนส่ง: ยาน Progress จะต้องใช้ช่องทางอื่นในการส่งมอบเสบียงและอุปกรณ์
- ด้านการปฏิบัติงาน: นักบินอวกาศจะไม่สามารถเข้าใช้อุโมงค์ PrK ได้เหมือนเดิม
- ด้านการบำรุงรักษา: ทีมภาคพื้นดินต้องติดตามแรงดันและสภาพโครงสร้างของพื้นที่ที่ถูกปิดอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนมากขึ้นคือ NASA และ Roscosmos มีรายงานว่าไม่เห็นตรงกันเกี่ยวกับต้นตอและระดับความรุนแรงของการรั่ว ทั้งสองหน่วยงานต้องประเมินข้อมูลจากเซนเซอร์ การเปลี่ยนแปลงของแรงดัน และผลจากการตรวจสอบหลายรูปแบบ การตีความข้อมูลที่แตกต่างกันอาจทำให้แต่ละฝ่ายเสนอแนวทางแก้ไขไม่เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ Roscosmos เคยวางแผนให้คอสโมนอตใช้เครื่องมือเพื่อเปิดทางเข้าถึงส่วนหนึ่งของอุโมงค์ โดยมีรายงานว่าต้องใช้เลื่อยตัดชิ้นส่วนภายในเพื่อค้นหาบริเวณที่อาจเป็นต้นเหตุของการรั่ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ NASA แสดงความกังวลว่าวิธีดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างรอบพื้นที่ การทำงานภายในสถานีจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนความยากของการซ่อมแซมอุปกรณ์ในอวกาศ อุโมงค์ PrK ไม่ใช่พื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย นักบินอวกาศต้องทำงานในสภาพแวดล้อมจำกัด ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญภาคพื้นดินไม่สามารถตรวจสอบพื้นผิวจริงได้โดยตรงเหมือนการซ่อมอุปกรณ์บนโลก เครื่องมือทุกชิ้นต้องมีน้ำหนักเหมาะสม ปลอดภัยต่อระบบไฟฟ้า และไม่สร้างเศษวัสดุที่อาจลอยไปสร้างความเสียหายต่อส่วนอื่นของสถานี
การปิดผนึกอุโมงค์จึงอาจเป็นทางเลือกที่เน้นการลดความเสี่ยง มากกว่าการพยายามซ่อมแซมต่อไปโดยไม่รู้ว่ารอยรั่วอยู่ตรงไหน แม้การตัดสินใจนี้จะทำให้ ISS สูญเสียพื้นที่ใช้งานหนึ่งส่วน แต่ก็อาจช่วยให้ภารกิจหลักดำเนินต่อได้ โดยลูกเรือยังคงใช้โมดูลอื่นสำหรับการพักอาศัย การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการรับส่งเสบียง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการจาก NASA หรือ Roscosmos เกี่ยวกับการปิดอุโมงค์ PrK แบบถาวร รายงานในขณะนี้มาจากแหล่งข่าวและนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอวกาศ ดังนั้นรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการ วิธีปิดผนึก และผลกระทบต่อภารกิจในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับผู้ติดตามข่าวอวกาศ เรื่อง รัสเซียปิดผนึกส่วนหนึ่งของ ISS หลังอากาศรั่วหลายปี ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงสถานีเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของอายุการใช้งานที่ยาวนานของ ISS และความจำเป็นที่นานาประเทศต้องวางแผนอนาคตของสถานีอย่างจริงจัง การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสถานีอวกาศรุ่นใหม่ ซึ่งต้องออกแบบให้ตรวจสอบและซ่อมแซมได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมมองของผู้เขียน การแยกพื้นที่ที่มีปัญหาอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล หากช่วยรักษาความปลอดภัยของลูกเรือและยืดอายุการใช้งานของส่วนที่ยังทำงานได้ สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคือข้อมูลยืนยันจาก NASA และ Roscosmos รวมถึงผลของภารกิจ Progress MS-36 เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยตอบว่า ISS สามารถรองรับข้อจำกัดใหม่ได้ดีเพียงใด
ที่มา – After Years of Air Leaks, Russia Is Reportedly Closing Off Part of the ISS for Good
