รักษาการเลขาธิการ กสทช. เปิดใจปมสุญญากาศบอร์ด กสทช. ยืดเยื้อ มติประชุม-ข้อกฎหมายฉุดโรดแม็ปทีวีดิจิทัลไร้ข้อสรุป

ประเด็นความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการสำนักงาน กสทช. ออกมาชี้แจงภาพรวมการทำงานขององค์กร ท่ามกลางภาวะสุญญากาศของบอร์ดที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

เรื่องนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะการบริหารงานภายใน กสทช. เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับนโยบายสื่อ เทคโนโลยีโทรคมนาคม ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วย สำหรับคนทั่วไปอาจมองว่าเป็นเรื่องกฎหมายหรือการประชุมของหน่วยงานรัฐที่ค่อนข้างไกลตัว แต่ในความเป็นจริง การตัดสินใจของ กสทช. มีผลต่อทั้งบริการโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต การออกใบอนุญาต ตลอดจนทิศทางของสื่อโทรทัศน์ที่เรารับชมกันทุกวัน

รักษาการเลขาธิการ กสทช. เปิดใจปมสุญญากาศบอร์ด กสทช. ยืดเยื้อ มติประชุม-ข้อกฎหมายฉุดโรดแม็ปทีวีดิจิทัลไร้ข้อสรุป

ไตรรัตน์อธิบายว่า ความไม่แน่นอนส่วนหนึ่งเกิดจากข้อถกเถียงเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ภายหลังมีคำตัดสินในชั้นศาล โดยฝ่ายประธานยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

เมื่อสถานะดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย สำนักงาน กสทช. จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะทุกมติที่ออกมาอาจมีผลเป็นคำสั่งทางปกครอง หากนำไปปฏิบัติโดยที่กระบวนการประชุมยังมีข้อสงสัย ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อหน่วยงาน ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

มติประชุมที่ยังขาดหลักฐาน ทำให้การทำงานเดินหน้าได้ยาก

ขณะเดียวกัน กรรมการ กสทช. อีก 6 คนได้จัดประชุมแยกกันโดยไม่มีประธานประมาณ 3-4 ครั้ง แต่สำนักงาน กสทช. ระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือเทปบันทึกเสียงอย่างเป็นทางการจากการประชุมดังกล่าว ข้อมูลที่รับทราบจึงมาจากข่าวหรือรายละเอียดบางส่วนที่ปรากฏในสื่อมวลชน

จุดนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะการตรวจสอบว่ามติหนึ่งมีผลใช้บังคับได้หรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณาทั้งองค์ประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม ขั้นตอนการลงมติ เนื้อหาของมติ และหลักฐานประกอบ หากเอกสารหรือเสียงบันทึกไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถนำเรื่องไปดำเนินการต่อได้อย่างมั่นใจ

ไตรรัตน์ยังกล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่ระบุว่าอาจมีการสั่งลบเทปบันทึกเสียงการประชุมของกลุ่มกรรมการ ประเด็นนี้จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ เพราะหลักฐานการประชุมไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเก็บเป็นเอกสาร แต่ยังช่วยคุ้มครองทุกฝ่ายและทำให้สังคมตรวจสอบการใช้อำนาจได้

ผลกระทบต่อเงิน ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ กสทช.

ความล่าช้าของกระบวนการไม่ได้เป็นเพียงปัญหาบนโต๊ะประชุม ตัวอย่างเช่น หากมีมติให้จ่ายเงินคืนแก่บริษัท หรือมีคำสั่งปรับผู้ประกอบการวันละ 2-3 ล้านบาท แล้วภายหลังพบว่ามติดังกล่าวมีปัญหาทางกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจฟ้องร้องหรือขอให้หน่วยงานตรวจสอบได้

สำนักงาน กสทช. จึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนนำมติใดไปใช้ ทั้งอำนาจหน้าที่ ความถูกต้องของขั้นตอน ผลกระทบด้านงบประมาณ และความชอบด้วยกฎหมาย ไตรรัตน์ย้ำว่าการทำงานเช่นนี้มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่เกือบ 2,000 คน ไม่ให้ต้องรับความเสี่ยงจากการปฏิบัติตามคำสั่งที่ยังมีข้อโต้แย้ง

ก่อนหน้านี้สำนักงานเคยเสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้หลายรูปแบบ เช่น ให้กรรมการทั้ง 6 คนทำหนังสือร่วมกันเพื่อแสดงเจตนาให้ชัดเจน หรือใช้กระบวนการตามมาตรา 20 วรรคห้า เพื่อเลือกประธานคนใหม่ หากเห็นว่าประธานเดิมพ้นจากตำแหน่งแล้ว อย่างไรก็ตาม แนวทางเหล่านี้ยังไม่ได้รับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

โรดแม็ปทีวีดิจิทัลยังต้องรอความชัดเจน

หนึ่งในเรื่องที่ผู้ชมและผู้ประกอบการติดตามมากที่สุดคือโรดแม็ปทีวีดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการใช้คลื่น ความเปลี่ยนแปลงของใบอนุญาต การแข่งขันกับแพลตฟอร์มสตรีมมิง และแนวทางทำให้ธุรกิจทีวีปรับตัวได้ในยุคที่ผู้ชมย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น

แต่เมื่อบอร์ด กสทช. ยังมีความไม่ชัดเจน มติที่เกี่ยวข้องกับโรดแม็ปดังกล่าวจึงไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มที่ ผู้ประกอบการย่อมวางแผนลงทุนได้ยาก ขณะที่ผู้ชมเองอาจได้รับผลทางอ้อมจากการเปลี่ยนแปลงช่องรายการหรือบริการใหม่ที่ต้องเลื่อนออกไป สถานการณ์นี้สะท้อนว่า รักษาการเลขาธิการ กสทช. เปิดใจปมสุญญากาศบอร์ด กสทช. ยืดเยื้อ มติประชุม-ข้อกฎหมายฉุดโรดแม็ปทีวีดิจิทัลไร้ข้อสรุป ไม่ใช่เพียงข่าวการเมืองภายในองค์กร แต่เป็นเรื่องที่กระทบระบบสื่อและเทคโนโลยีโดยตรง

ความชัดเจนบนเวที ITU ก็มีความสำคัญ

นอกจากงานในประเทศแล้ว ความขัดแย้งของบอร์ดยังอาจส่งผลต่อการเข้าร่วมประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก

ขณะนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งหัวหน้าคณะทำงานของไทย รวมถึงเอกสารมอบอำนาจจากรัฐบาลหรือ Authority ที่ใช้ยืนยันสถานะของผู้แทนไทย หากจัดเตรียมไม่ทันหรือมีความไม่ชัดเจน อาจกระทบสิทธิของประเทศไทยในการสมัครเข้าสู่คณะมนตรีบริหาร ITU และลดบทบาทของไทยในการร่วมกำหนดนโยบายระหว่างประเทศ

สำหรับกระแสข่าวเรื่องรัฐบาลอาจออกพระราชกำหนดเพื่อยุบหรือยุติบทบาทของบอร์ด กสทช. ไตรรัตน์ระบุว่าเป็นเพียงการคาดการณ์ที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ และเชื่อว่าภาครัฐจะไม่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวเทคโนโลยี ประเด็นสำคัญที่สุดตอนนี้คือการทำให้กระบวนการตัดสินใจกลับมาชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันสถานะของประธาน การรับรองรายงานการประชุม หรือการจัดทำหลักฐานให้ครบถ้วน เพราะความล่าช้าที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลต่อทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของไทยในระดับสากล

ท้ายที่สุด รักษาการเลขาธิการ กสทช. เปิดใจปมสุญญากาศบอร์ด กสทช. ยืดเยื้อ มติประชุม-ข้อกฎหมายฉุดโรดแม็ปทีวีดิจิทัลไร้ข้อสรุป เป็นสัญญาณว่าการกำกับดูแลสื่อยุคใหม่ต้องพึ่งทั้งความรู้ด้านกฎหมาย ความเข้าใจเทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทางออกที่ดีที่สุดคือทุกฝ่ายเร่งสร้างกลไกที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การตัดสินใจกลับมาเดินหน้า และทำให้อนาคตทีวีดิจิทัลไทยไม่ต้องหยุดรอความไม่แน่นอนอีกต่อไป

ที่มา – รักษาการเลขาธิการ กสทช. เปิดใจปมสุญญากาศบอร์ด กสทช. ยืดเยื้อ มติประชุม-ข้อกฎหมายฉุดโรดแม็ปทีวีดิจิทัลไร้ข้อสรุป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *