ภูเขาประหลาดบนดวงจันทร์คารอนเผยอดีตสุดเซอร์ไพรส์

ภูเขาประหลาดบนดวงจันทร์คารอนเผยอดีตสุดเซอร์ไพรส์

ใครจะไปคิดว่าดวงจันทร์น้ำแข็งที่ดูเงียบเหงาอย่าง ‘คารอน’ (Charon) บริวารดวงใหญ่ที่สุดของดาวพลูโต จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ของระบบสุริยะชั้นนอกได้ดีขึ้น การค้นพบครั้งใหม่นี้เริ่มจากการสังเกต ‘ภูเขาประหลาดบนดวงจันทร์คารอนเผยอดีตสุดเซอร์ไพรส์’ ผ่านข้อมูลจากยานนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ของ NASA ที่บินผ่านไปเมื่อปี 2015 ซึ่งทำให้เหล่านักดาราศาสตร์ต้องหันกลับมามองดวงจันทร์ดวงนี้ใหม่อีกครั้ง

เบื้องหลังการสำรวจที่เปลี่ยนแปลงความเข้าใจทางธรณีวิทยา

นักวิจัยจาก ETH Zurich ได้ตีพิมพ์ผลงานศึกษาในวารสาร Nature Communications โดยระบุว่า ภูเขาประหลาดบนดวงจันทร์คารอนเผยอดีตสุดเซอร์ไพรส์ ผ่านร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของการหมุนรอบตัวเองที่ช้าลงอย่างมากในอดีต ทีมวิจัยพบว่าในช่วงเริ่มต้น คารอนอาจเคยหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงถึง 14.3 ชั่วโมงต่อรอบ ก่อนที่จะค่อยๆ ช้าลงจนกลายเป็น 153.3 ชั่วโมงในปัจจุบัน กระบวนการนี้เรียกว่า ‘despinning’ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างภายในและพื้นผิวของดวงจันทร์

จากการวิเคราะห์พื้นที่ภูเขาที่เรียกว่า ‘Oz Terra’ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคารอน นักวิทยาศาสตร์พบว่าลักษณะของแนวเทือกเขาและรอยแยกต่างๆ ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการขยายตัวของเปลือกน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยปัจจัยเรื่องการสั่นสะเทือนและการบีบอัดจากการชะลอตัวของการหมุนรอบตัวเองด้วย แรงกดดันเหล่านี้ทำให้เกิดรอยเลื่อนและสันเขาที่เราเห็นบนพื้นผิวในปัจจุบัน

  • คารอนไม่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่น ทำให้ร่องรอยทางธรณีวิทยาถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีกว่า 4 พันล้านปี
  • การชะลอตัวของการหมุนรอบตัวเอง (Despinning) ทำให้เกิดความเครียดในเปลือกน้ำแข็ง
  • แบบจำลองใหม่ชี้ว่าเปลือกของคารอนเคยมีความหนาประมาณ 30-36 กิโลเมตร

การค้นพบว่า ภูเขาประหลาดบนดวงจันทร์คารอนเผยอดีตสุดเซอร์ไพรส์ ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่บอกเราว่า ระบบสุริยะของเรานั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น อดีตของดวงจันทร์น้ำแข็งไม่ใช่แค่เรื่องของปากปล่องภูเขาไฟ แต่มันคือเรื่องของพลศาสตร์และแรงไทดัลที่หมุนวนอยู่ภายใน ทั้งหมดนี้ยืนยันว่าคารอนคือห้องทดลองธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับการไขปริศนาวิวัฒนาการของดาวบริวารน้ำแข็งทั่วทั้งระบบสุริยะ

ความพยายามในการเข้าใจอดีตของคารอนยังไม่จบเพียงเท่านี้ แต่อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้เห็นแล้วว่า ภูเขาและรอยแยกเหล่านั้นไม่ใช่แค่ลักษณะภูมิประเทศธรรมดา แต่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ที่จารึกเรื่องราวการหมุนของดวงจันทร์ไว้จนถึงวันนี้ นี่คือความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เราเข้าใจตัวเราเองผ่านดวงดาวที่อยู่ไกลแสนไกลครับ

ที่มา – Weird Mountains on Pluto’s Largest Moon Charon Reveals a Surprising Past

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *