พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ที่ชื่นชอบข่าวด่วนและดราม่าร้อนๆ แบบนี้ วันนี้เรามีเรื่องราวสุดเข้มข้นในวงการตำรวจไทยมาอัปเดตกันครับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงง่ายๆ ล่าสุดส่งทีมทนายบุกศาลยื่นฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อออนไลน์ซะแล้ว! และยังมีแผนฟ้องเพิ่มอีก 2-3 รายในสัปดาห์หน้า เรื่องนี้มันคืออะไร มาฟังกันแบบละเอียดยิบเลยครับ
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ทนายความสัญญาภัชระ สามารถ ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ ในข้อหากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สาเหตุมาจากการที่ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ซึ่งเคยเป็นรอง ผบก.สส.ภ.4 และเป็นลูกน้องสนิทสมัยก่อน ออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงนายใหญ่ผ่านสื่อออนไลน์ถึง 3 ครั้ง ถ้อยคำเหล่านั้นเข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ทำให้ชื่อเสียงที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ สร้างไว้กับวงการตำรวจเสียหายไปเยอะ
ทนายสัญญาภัชรายืนยันว่าการฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การปิดปากหรือทำตามอารมณ์ แต่เพื่อนำข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ศาลตัดสินเอง ศาลรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.107/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ครับ
พื้นหลังดราม่าที่คุณต้องรู้
ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าอดีตลูกน้องและคนใกล้ชิดกว่า 10 รายจะออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ รวมถึงอ้างถูกทำร้ายร่างกาย 17 คน ทนายชี้แจงชัด หากมีหลักฐานถูกกฎหมายก็ยินดีรับมือ แต่ถ้ากล่าวหาลอยๆ หรือใช้หลักฐานปลอม จะดำเนินคดีกลับทุกคน! และฝากเตือนด้วยนะครับ อย่าทำตามคำสั่งคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน เดี๋ยวตัวเองเดือดร้อนทางกฎหมายเอา
- ครั้งที่ 1: สัมภาษณ์ครั้งแรกพาดพิงผลงานเก่า
- ครั้งที่ 2: โจมตีชื่อเสียงส่วนตัว
- ครั้งที่ 3: กล่าวหาแบบกว้างๆ ผ่านโซเชียล
นอกจาก พ.ต.อ. ภาคภูมิ แล้ว สัปดาห์หน้าทีมทนายจะยื่นฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย ซึ่งเป็นตำรวจกลุ่มเดิมที่หมิ่นประมาทผ่านสื่อเหมือนกัน เรียกได้ว่าจัดการทีเดียวให้จบ!
ชีวิตประจำวันของบิ๊กโจ๊กตอนนี้
ส่วน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติอยู่บ้านเดิม ออกกำลังกายตีเทนนิสตามกิจวัตร ไม่ค่อยออกสื่อเพราะชี้แจงไปเยอะแล้ว และให้ทนายจัดการแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการโต้เถียงผ่านสื่อที่อาจสับสน
จากมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองและกฎหมายมานาน ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนเป็นนักข่าวได้ การหมิ่นประมาทผ่านสื่อออนไลน์กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ แต่กฎหมายไทยอย่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326-328 ยังเข้มงวดเรื่องนี้มาก ชื่อเสียงคือสินทรัพย์ล้ำค่า โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะอย่างท่านบิ๊กโจ๊กที่เคยปราบปรามมาเฟียทัวร์ จับกุมคดีดังๆ มาเพียบ เรื่องนี้สอนให้เห็นว่าการพูดต้องมีหลักฐาน มิฉะนั้นศาลจะเป็นผู้ตัดสิน
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจบันเทิงและเทคโนโลยี ลองคิดดูสิครับ สื่อออนไลน์อย่าง Facebook, YouTube คือเครื่องมือทรงพลัง แต่ถ้าใช้ผิดอาจติดคุกได้นะ ในอนาคต AI อาจช่วยตรวจจับ fake news ได้ดีขึ้น แต่ตอนนี้ยังต้องระวังตัวเอง
สุดท้าย ผมคิดว่าคดีนี้จะเป็นตัวอย่างดีให้คนในวงการตำรวจและสาธารณชน ติดตามกันต่อไปครับ ถ้าอยากอัปเดตข่าวด่วนแบบนี้ กดไลค์แชร์ ติดตามช่องเรานะ! คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย