ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปูพรม 50 เขต ล้างบางขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สั่งสอบย้อนหลังการออกสูติบัตรถึงปี 2560
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อสังคมวงกว้างมาฝากกันครับ เกี่ยวกับประเด็นการจัดการปัญหาเรื่องการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับคดี ‘พ่อทิพย์’ กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งล่าสุดทางคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดการเรื่องนี้แล้วครับ
ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปูพรม 50 เขต ล้างบางขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สั่งสอบย้อนหลังการออกสูติบัตรถึงปี 2560
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองคือการที่ทาง กทม. ได้เร่งเครื่องตรวจสอบการทำงานของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างในการออกสูติบัตรให้บุตรของชาวต่างด้าวโดยใส่ชื่อบิดาเป็นคนไทยเท็จๆ หรือที่เรียกกันติดปากในโซเชียลว่า ขบวนการพ่อทิพย์ นั่นเองครับ เหตุการณ์นี้ถือเป็นภัยเงียบที่กระทบต่อความมั่นคงของข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของประเทศอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
เพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์จะไม่ซ้ำรอยเดิม ทาง กทม. ได้ประกาศนโยบายสำคัญคือการ ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปูพรม 50 เขต ล้างบางขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สั่งสอบย้อนหลังการออกสูติบัตรถึงปี 2560 โดยเน้นไปที่การตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเคสที่มารดาเป็นชาวต่างด้าวแต่ระบุบิดาเป็นคนไทย ซึ่งมักจะเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง นี่คือการทำงานเชิงรุกที่น่าชื่นชมครับ เพราะเป็นการดึงระบบตรวจสอบให้กลับมามีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถืออีกครั้ง
ยกระดับเทคโนโลยีและมาตรการป้องกัน
นอกจากมาตรการตรวจสอบย้อนหลังแล้ว การ ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปูพรม 50 เขต ล้างบางขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สั่งสอบย้อนหลังการออกสูติบัตรถึงปี 2560 ยังครอบคลุมไปถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนสมรสด้วยครับ เจ้าหน้าที่ถูกกำชับให้ใช้แอปพลิเคชัน ThaID ในการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพหันมาใช้กลอุบายการสมรสอำพรางในการแสวงหาสิทธิประโยชน์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทย
การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำความสะอาดระบบทะเบียนราษฎร์เท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณไปยังมิจฉาชีพว่าช่องโหว่เดิมๆ ที่ผ่านมาจะถูกปิดตาย และไม่มีใครสามารถทำผิดแล้วลอยนวลได้อีกต่อไป สิ่งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐในทุกภาคส่วนและประชาชนให้มีความตื่นตัวในการสอดส่องดูแลความถูกต้องของข้อมูลราชการ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการผิดกฎหมาย
มุมมองของเรา: การจัดการปัญหาทุจริตในภาครัฐด้วยการใช้เทคโนโลยีร่วมกับการตรวจสอบเชิงรุก คือกุญแจสำคัญของยุคสมัยนี้ครับ หากภาคประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และหน่วยงานรัฐมีความโปร่งใสแบบที่ กทม. กำลังทำอยู่ เชื่อว่าความเชื่อมั่นของประชาชนจะกลับคืนมาอย่างแน่นอนครับ
สำหรับใครที่มองหาความคืบหน้าของคดีนี้ หมั่นติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักไว้นะครับ เพราะนี่คือเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลต่ออนาคตของระบบทะเบียนราษฎร์ของไทยเราโดยตรงครับ
ที่มา – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปูพรม 50 เขต ล้างบางขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สั่งสอบย้อนหลังการออกสูติบัตรถึงปี 2560
