ผบ.ทสส. ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี เผยสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาเฟสแรก คืบหน้า 80% คาดเสร็จสิ้น ก.ค.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนมาฝากกันครับ ข่าวใหญ่ที่กำลังได้รับความสนใจคือความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรั้วความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่ พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้วยตัวเองที่บ้านแหลม จ.จันทบุรี ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่า ผบ.ทสส. ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี เผยสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาเฟสแรก คืบหน้า 80% คาดเสร็จสิ้น ก.ค.นี้ ทำให้หลายคนมองเห็นภาพความชัดเจนของโครงการนำร่องนี้มากขึ้นครับ

ผบ.ทสส. ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี เผยสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาเฟสแรก คืบหน้า 80% คาดเสร็จสิ้น ก.ค.นี้

หลายคนอาจจะสงสัยว่ารั้วนี้สร้างขึ้นเพื่ออะไร? จริงๆ แล้วโครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินนะครับ แต่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหทัยทิพย์ รวมถึงเงินพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ผสานกับเงินบริจาคของประชาชนครับ ถือเป็นความร่วมมือที่น่าชื่นชมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่

สำหรับรูปแบบของรั้วนั้นมีการออกแบบมาอย่างแข็งแรงเป็นพิเศษ โดยมีความสูงกว่าความสูงคนถึง 2 เท่า เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กที่มาพร้อมกับลวดหนามหีบเพลง มั่นใจได้เลยว่ามีความทนทานและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับ ทางกองทัพไทยระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน และยังมีการออกแบบเผื่อไว้สำหรับการทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในอนาคตอีกด้วย

เบื้องลึกความคืบหน้าโครงการที่น่าสนใจ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้มีการให้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็นครับ:

  • โครงการเฟสแรกครอบคลุมระยะทาง 1.3 กิโลเมตร บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-54
  • ความคืบหน้าล่าสุดแตะที่ระดับ 80% แล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้
  • โครงการระยะที่ 2 จะเริ่มต่อทันทีหลังจากเฟสแรกเสร็จสิ้น ซึ่งจะยาวไปจนถึงหลักเขตที่ 59 อีกประมาณ 7 กิโลเมตร
  • มีการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ โดยใช้วิธีการยืดหยุ่นตามสภาพภูมิประเทศ

เหตุผลที่กองทัพไม่ออกมาให้ข้อมูลตั้งแต่แรก เป็นผลมาจากการที่ต้องการความชัดเจนและต้องการพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมก่อนครับ ซึ่งนี่ถือเป็นการทำงานที่รัดกุมมาก เพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนมั่นใจได้แล้ว ยังเป็นการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครับ

มุมมองส่วนตัวและเทรนด์ในปัจจุบัน: ในยุคที่ไซเบอร์และเทคโนโลยีด้านความมั่นคงก้าวล้ำไปไกล การมีรั้วที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่รอยต่อยังคงมีความสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีครับ การบริหารจัดการชายแดนที่โปร่งใสและแสดงให้เห็นการรักษาสิทธิของประเทศอย่างชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นวิถีทางที่ยั่งยืน การที่โครงการนี้ได้รับเสียงสะท้อนจากสื่อออนไลน์แล้วกองทัพนำไปปรับปรุง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีให้กับประชาชนในชาติครับ

ที่มา – ผบ.ทสส. ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี เผยสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาเฟสแรก คืบหน้า 80% คาดเสร็จสิ้น ก.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *