ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น
สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากวงการปราบปรามอาชญากรรมการเงินที่น่าติดตามมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามเรื่องเทคและบันเทิง เพราะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงินผ่านคริปโตด้วยนะ รู้มั้ยครับ เมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้แถลงผลประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีมติสำคัญสุดๆ นั่นคือ ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น พวกผู้ต้องหาคัดค้านยังไงก็ไม่รอด เพราะพยานหลักฐานฟังไม่ขึ้น!
ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น
ที่ประชุมพิจารณาคำร้องเพิกถอนการยึดทรัพย์ชั่วคราวจากผู้มีส่วนได้เสียแล้ว แต่คำชี้แจงไม่มีน้ำหนักพอ จึงมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาล สั่งยึดทรัพย์ 4 คดีใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท! นี่คือรายละเอียดแบบเจาะลึกที่เราคัดมาให้
1. คดีเครือข่าย ‘เบน สมิธ’ และพวก (ฉ้อโกงประชาชน)
กรณีนี้ดังมาก แตงไทย, ยิม เลียก, วิรินยา, เบน สมิธ และแคทรียา กับพวกลวงลวงประชาชนฉ้อโกง พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงชัดเจน ทรัพย์สินที่ยึดได้แก่ที่ดิน ห้องชุด รถ เรือยอชท์ และเงินฝากธนาคาร รวม 68 รายการ มูลค่า 12,123 ล้านบาท โห น่าตกใจ!
2. คดี ‘เฉิน จื้อ’ และ Prince Group (อาชญากรรมออนไลน์/ค้ามนุษย์)
เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้ง Prince Group ในกัมพูชา เครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี สินค้าฟุ่มเฟือยเพียบ! ยึดที่ดิน เงินสด แบรนด์เนม เครื่องประดับ 96 รายการ มูลค่า 345 ล้านบาท ในยุคเทคแบบนี้ คริปโตกลายเป็นเครื่องมือฟอกเงินยอดฮิตเลยนะครับ
3. คดี ‘ก๊ก อาน’ (อาชญากรรมข้ามชาติ)
จากจับกุมแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ยึดที่ดินและเงินฝาก 89 รายการ มูลค่า 560 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ลุกลามข้ามชาติจริงๆ
4. คดีหลอกเทรดหุ้น (เอื้ออังกูร)
มิจฉาชีพชวนลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ ยึดเงินสดและเงินฝาก 31 รายการ มูลค่า 46 ล้านบาท คลาสสิก scam แบบนี้ยังมีคนโดนเยอะ!
นอกจากนี้ ปปง. ยังบอกว่าถ้ามีผู้เสียหาย จะรวบรวมหลักฐานส่งอัยการเพื่อคืนทรัพย์ให้เหยื่อ แทนการตกเป็นของรัฐ เป็นมาตรการเยียวยาดีมาก
จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามเทรนด์อาชญากรรมไซเบอร์มานาน พบว่าเคสแบบ ปปง. แถลงมติยึดทรัพย์เครือข่าย เบน สมิธ – เฉิน จื้อ และพวก รวม 1.3 หมื่นล้านบาท ส่งอัยการดำเนินการหลังคำคัดค้านฟังไม่ขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่ชัดเจน: การฟอกเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังพุ่งสูง โดยเฉพาะใน SEA อย่างกัมพูชาและไทย คริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้เส้นทางการเงินซับซ้อน แต่ ปปง. ก็อัพเกรดเครื่องมือตรวจสอบได้ทันสมัยมากขึ้น สุดยอด!
สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบลงทุนหุ้นหรือคริปโต คำแนะนำจากผมคือ ตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี อย่าหลงกลโปรโมชั่นสุดล้ำในไลน์หรือโซเชียล ถ้าสงสัยรีบแจ้ง ปปง. หรือตำรวจทันที จะได้ไม่เป็นเหยื่อ ร่วมกันปราบปราม scam เหล่านี้กันเถอะ! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลค์แชร์ต่อนะครับ