ปปง. กางมติยึดทรัพย์ ‘นพ.บุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน คดีฉ้อโกงประชาชน พร้อมชงอัยการริบทรัพย์เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’ ตกเป็นของแผ่นดิน

ปปง. กางมติยึดทรัพย์ ‘นพ.บุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน คดีฉ้อโกงประชาชน พร้อมชงอัยการริบทรัพย์เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’ ตกเป็นของแผ่นดิน เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องทั้งคดีฉ้อโกงประชาชน การฟอกเงิน และการพนันออนไลน์ ซึ่งล้วนเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 โดยมีมติสำคัญเกี่ยวกับการยึด อายัด และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายประเภท รวมทั้งหมด 39 รายคดี ทรัพย์สิน 918 รายการ พร้อมดอกผล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,902 ล้านบาท

ปปง. กางมติยึดทรัพย์ ‘นพ.บุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน คดีฉ้อโกงประชาชน พร้อมชงอัยการริบทรัพย์เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’ ตกเป็นของแผ่นดิน

กรณีที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือคดี “บุญ กับพวก” ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ก่อนหน้านี้มีทรัพย์สินอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง มูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท ล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 286 รายการ ทั้งยานพาหนะ ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท

การยึดทรัพย์ดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย จึงควรติดตามคำสั่งของศาลเป็นขั้นตอนต่อไป ไม่ควรสรุปว่าผู้เกี่ยวข้องมีความผิดเด็ดขาดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปปง. ให้ความสำคัญกับการติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่อาจถูกนำไปซุกซ่อนหรือโอนเปลี่ยนมือ

คดีฉ้อโกงและทรัพย์สินที่ถูกตรวจสอบ

นอกจากคดีนพ.บุญแล้ว ยังมีคดีเอกณัฐ์กับพวก หรือกรณีอนันต์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนและการฟอกเงิน โดยมีคำสั่งยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม 5 รายการ ได้แก่ เงินสด ทองรูปพรรณ และยานพาหนะ รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท

ส่วนคดีการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ปปง. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของกลุ่มดวงฤดีกับพวก จำนวน 10 รายการ เป็นเงินในบัญชีธนาคาร มูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท และคดีนพรัตน์ มีการอายัดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต 5 รายการ มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท

อีกส่วนหนึ่งคือการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวม 28 รายคดี ทรัพย์สิน 1,645 รายการ มูลค่าประมาณ 1,082 ล้านบาท เหตุผลสำคัญคือการพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดแล้ว ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังว่าทรัพย์สินเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

คดีบริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ หรือ Maxim Trader เป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่ถูกส่งต่อให้อัยการ โดยมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ จัดสัมมนา และนำเสนอผลตอบแทนเพื่อชักชวนประชาชนร่วมลงทุน ปปง. ตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน รวมถึงการถือครองทรัพย์สินแทนกันและการถ่ายโอนทรัพย์สินผ่านนอมินี จึงมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สิน 1,135 รายการ มูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท

สำหรับเครือข่ายการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์กรณี “ชนนพัฒฐ์ กับพวก” ก่อนหน้านี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไปแล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ล่าสุดมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินเพิ่มเติม 16 รายการตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท ทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะ และเงินในบัญชี

การคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย

ข่าวนี้ไม่ได้มีเพียงการยึดทรัพย์หรือริบทรัพย์เท่านั้น ปปง. ยังมีมติส่งเรื่องให้อัยการขอให้ศาลสั่งนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหายจำนวน 10 รายคดี รวมทรัพย์สิน 30 รายการ มูลค่าประมาณ 548 ล้านบาท ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงประชาชน

หนึ่งในกรณีที่น่าสนใจคือคดีห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ หรือ P Miner Cryptocurrency กับพวก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน โดยมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องเพื่อนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหาย 297 ราย รวม 263 รายการ มูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท

สำหรับประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนหรือโอนเงิน โดยเฉพาะข้อเสนอที่อ้างผลตอบแทนสูง รับประกันกำไร หรือเร่งให้ตัดสินใจภายในเวลาจำกัด ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ใบอนุญาต แหล่งที่มาของผลตอบแทน และบัญชีรับเงินอย่างละเอียด รวมถึงเก็บหลักฐานการสนทนาและรายการโอนเงินไว้เสมอ

ภาพรวมของคดีเหล่านี้ยังสะท้อนแนวโน้มว่า การบังคับใช้กฎหมายกำลังใช้ข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลและเส้นทางการเงินเข้ามาติดตามเครือข่ายอาชญากรรมมากขึ้น ผู้เสียหายควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบความผิดปกติ ขณะที่ผู้ลงทุนควรยึดหลัก “ตรวจสอบก่อนโอน” และไม่หลงเชื่อโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเพียงเพราะมีคนดังหรือผู้ติดตามจำนวนมากรับรอง

ท้ายที่สุด ปปง. กางมติยึดทรัพย์ ‘นพ.บุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน คดีฉ้อโกงประชาชน พร้อมชงอัยการริบทรัพย์เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’ ตกเป็นของแผ่นดิน แสดงให้เห็นว่าการจัดการทรัพย์สินจากคดีอาชญากรรมต้องอาศัยทั้งการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐและความร่วมมือจากประชาชน หากพบธุรกรรมต้องสงสัย ควรแจ้งเบาะแสและติดตามสิทธิของตนเองอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ปปง. กางมติยึดทรัพย์ ‘นพ.บุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน คดีฉ้อโกงประชาชน พร้อมชงอัยการริบทรัพย์เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’ ตกเป็นของแผ่นดิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *