บทเรียนฆ่าฝัง 5 ศพ เมื่อฆาตกรพ้นโทษก่อเหตุซ้ำ สังคมจี้รัฐงัด ‘โทษประหาร’ คืนความยุติธรรม

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาคุยเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยกันหน่อย กับคดีสะเทือนขวัญที่ทำให้หลายคนเริ่มกลับมาตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง นั่นคือกรณีคดีอุ้มฆ่าฝัง 5 ศพ ที่ชลบุรี ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียงไม่นาน ทำให้เกิดกระแสสังคมเรียกร้องให้มีการนำ บทเรียนฆ่าฝัง 5 ศพ เมื่อฆาตกรพ้นโทษก่อเหตุซ้ำ สังคมจี้รัฐงัด ‘โทษประหาร’ คืนความยุติธรรม กลับมาใช้อย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก

หลายคนคงจำได้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีกระแสเรื่องการยกเลิกโทษประหารชีวิตตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่เมื่อเกิดคดีที่ความสูญเสียพุ่งสูงถึง 5 ชีวิต ความเชื่อมั่นของประชาชนก็เริ่มสั่นคลอน การที่ผู้กระทำความผิดร้ายแรงพ้นโทษออกมาแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำเดิม กลายเป็นบาดแผลใหญ่ที่ทำให้คนตั้งคำถามว่า “โอกาส” ที่เรามอบให้ผู้กระทำผิดนั้นคุ้มค่ากับชีวิตของผู้บริสุทธิ์หรือไม่

บทเรียนฆ่าฝัง 5 ศพ เมื่อฆาตกรพ้นโทษก่อเหตุซ้ำ สังคมจี้รัฐงัด ‘โทษประหาร’ คืนความยุติธรรม

จากสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ไทยจะยังไม่ได้บังคับใช้โทษประหารชีวิตอย่างเป็นทางการมาเป็นเวลาเกือบ 9 ปี แต่ในทางกฎหมาย โทษนี้ยังคงดำรงอยู่ กรมราชทัณฑ์เองได้ออกมาชี้แจงว่าพร้อมดำเนินการหากมีคำสั่ง แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ “ช่องว่าง” ของระบบคุมประพฤติและการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษ ซึ่งในกรณีฆาตกรกลุ่มนี้ รัฐต้องเร่งตรวจสอบว่ามาตรการที่มีอยู่นั้นเข้มงวดพอหรือยัง

ประเด็นทางกฎหมายและข้อถกเถียง

  • การลดโทษ: หลายคนอาจไม่ทราบว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับสิทธิลดโทษโดยอัตโนมัติ หากจำเลยรับสารภาพเพียงเพราะจำนนต่อหลักฐาน ศาลสามารถใช้ดุลพินิจไม่ลดโทษได้
  • ขั้นตอนการอภัยโทษ: นี่เป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรมที่อาจเกิดขึ้นได้
  • สถิติการกระทำผิดซ้ำ: แม้ผู้พ้นโทษส่วนใหญ่จะไม่ก่อเหตุซ้ำในอัตราที่สูงมาก แต่คดีร้ายแรงเพียงคดีเดียวก็สามารถสร้างความเสียหายมหาศาลต่อครอบครัวและสังคม

ในมุมมองของผม การจะให้นำโทษประหารกลับมาใช้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันในระดับโครงสร้าง แต่สิ่งที่เราทำได้ทันทีคือ “การป้องกัน” ครับ หน่วยงานรัฐต้องยกระดับการประเมินความเสี่ยงของผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ก่อนปล่อยตัว ไม่ว่าจะเป็นการสวมกำไล EM หรือการติดตามตัวอย่างใกล้ชิด การปล่อยให้คนอันตรายหลุดรอดไปในสังคมเป็นความล้มเหลวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นซ้ำสอง

บทสรุป: เราต้องการอะไรจากความยุติธรรม?

ท้ายที่สุดแล้ว ความยุติธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของการลงโทษให้สาสม แต่คือการสร้าง “ความอุ่นใจ” ให้กับประชาชน หากภาครัฐสามารถพิสูจน์ได้ว่าระบบราชทัณฑ์และกระบวนการยุติธรรมของเรามีความเข้มงวดและมีประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้กระทำผิดได้จริง การถกเถียงเรื่องโทษประหารอาจจะลดระดับลง แต่หากยังเกิดเหตุซ้ำซาก ความกดดันจากสังคมก็จะยังคงพุ่งเป้าไปที่การคืนโทษประหารเพื่อความปลอดภัยของทุกคนต่อไป

ที่มา – บทเรียนฆ่าฝัง 5 ศพ เมื่อฆาตกรพ้นโทษก่อเหตุซ้ำ สังคมจี้รัฐงัด ‘โทษประหาร’ คืนความยุติธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *