น้ำท่วมบางคล้า มวลน้ำล้อม ‘วัดปากน้ำโจ้โล้’ เร่งระบายลงบางปะกง

น้ำท่วมบางคล้า มวลน้ำล้อม ‘วัดปากน้ำโจ้โล้’ เร่งระบายลงบางปะกง กลายเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเอ่อเข้าท่วมชุมชน เส้นทางสัญจร และพื้นที่โดยรอบศาสนสถานสำคัญของอำเภอบางคล้า แม้ระดับน้ำจะสร้างความลำบากในการเดินทาง แต่ร้านค้าและสถานประกอบการบางส่วนยังคงเปิดให้บริการ เพื่อรองรับประชาชนและผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางในพื้นที่

จากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณวัดปากน้ำโจ้โล้ ถนนวนะภูติ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า พบว่าน้ำได้ล้อมรอบพื้นที่วัดอย่างชัดเจน เส้นทางเข้าสู่วัดบางช่วงมีน้ำท่วมขัง ทำให้ผู้เดินทางต้องเพิ่มความระมัดระวังและปรับเปลี่ยนวิธีสัญจร สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือทำธุระ

น้ำท่วมบางคล้า มวลน้ำล้อม ‘วัดปากน้ำโจ้โล้’ เร่งระบายลงบางปะกง

ปัจจัยสำคัญของน้ำท่วมครั้งนี้มาจากมวลน้ำสะสมในพื้นที่ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา โดยมีน้ำค้างทุ่งรวมประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ้านสร้างและอำเภอบางแตน มีระดับน้ำท่วมสูง หน่วยงานภาครัฐจึงเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องมือและเรือผลักดันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายออกจากพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้ติดตามสถานการณ์ฝน น้ำท่วม และแนวโน้มการระบายน้ำในลุ่มน้ำสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางช่วยเหลือประชาชน การทำงานในลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะสถานการณ์น้ำในพื้นที่ราบลุ่มสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเมื่อมีฝนตกเพิ่มหรือเกิดน้ำทะเลหนุน

เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่บางคล้า

สำหรับพื้นที่บางคล้า กรมชลประทานได้นำเครื่องผลักดันน้ำประมาณ 40 เครื่องเข้าติดตั้งบริเวณอำเภอบางคล้าและสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ขณะที่กองทัพเรือได้ติดตั้งอุปกรณ์ผลักดันน้ำเบื้องต้นอีก 10 เครื่องบริเวณจุดตัดมอเตอร์เวย์กับแม่น้ำบางปะกง และมีแผนเพิ่มเครื่องมืออีก 16 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำยังมีข้อจำกัดจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม รวมถึงภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งทำให้น้ำไหลออกได้ช้ากว่าปกติ เจ้าหน้าที่จึงต้องบริหารจังหวะการระบายอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่เศรษฐกิจ การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนตัวของน้ำ แต่ยังจำเป็นต้องอาศัยการประเมินระดับน้ำและสภาพอากาศแบบวันต่อวัน

คาดสถานการณ์ทยอยคลี่คลายช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

สทนช. คาดการณ์ว่า หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม สถานการณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีจะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นความหวังของประชาชนในพื้นที่ แต่ทุกคนยังควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง เพราะปริมาณฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม รวมถึงติดตามสถานการณ์เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีปริมาณน้ำประมาณ 724 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 102% ของความจุ จึงมีการจำลองสถานการณ์รุนแรงที่สุด เพื่อควบคุมการระบายน้ำผ่านตัวเมืองเพชรบุรีไม่ให้เกิน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และลดความเสี่ยงต่อประชาชน

สำหรับกรุงเทพมหานคร สถานการณ์น้ำได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มลดลง และเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำประมาณ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำได้อีกมาก กรมชลประทานจึงเตรียมพื้นที่แก้มลิงและแผนระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและเพาะปลูกได้ตามปกติโดยเร็ว

ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อน้ำยังล้อมพื้นที่

  • ติดตามประกาศระดับน้ำและเส้นทางสัญจรจากหน่วยงานท้องถิ่นเป็นระยะ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านจุดน้ำเชี่ยวหรือถนนที่มีระดับน้ำสูงกว่าขอบทาง
  • ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง
  • เตรียมยา อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรองให้พร้อม
  • ช่วยกันดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

น้ำท่วมบางคล้า มวลน้ำล้อม ‘วัดปากน้ำโจ้โล้’ เร่งระบายลงบางปะกง สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำในยุคนี้ต้องทำงานแข่งกับทั้งเวลา ภูมิอากาศ และข้อจำกัดทางภูมิประเทศ การติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด สำหรับประชาชนในพื้นที่ ขอให้เตรียมพร้อมอย่างมีสติ และตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

ที่มา – น้ำท่วมบางคล้า มวลน้ำล้อม ‘วัดปากน้ำโจ้โล้’ เร่งระบายลงบางปะกง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *