นี่คือหน้าตาที่แท้จริงของยานอวกาศลึกลับของจีน
ยานอวกาศลำหนึ่งของจีนเดินทางอยู่ในวงโคจรโลกมาหลายปีโดยแทบไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเปิดเผยต่อสาธารณะ ภาพถ่ายที่ชัดเจนของยานลำนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนในแวดวงอวกาศให้ความสนใจอย่างมาก ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพความละเอียดสูง ซึ่งช่วยให้เราเห็นรูปลักษณ์ของยานอวกาศลึกลับที่จีนเรียกว่า เสินหลง หรือ “มังกรศักดิ์สิทธิ์” ได้ชัดเจนกว่าที่เคย
ภาพดังกล่าวถ่ายไว้ในปี 2024 โดยดาวเทียมสำรวจเชิงพาณิชย์ของบริษัท Maxar Technologies ซึ่งเชี่ยวชาญด้านข้อมูลภูมิสารสนเทศและการข่าวจากอวกาศ ต่อมาภาพนี้ถูกเผยแพร่โดยสำนักงานข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ หรือ DIA ในรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะชื่อ “Challenges to Security in Space” การเปิดเผยครั้งนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับภารกิจทั้งหมดของยาน แต่ช่วยเติมรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการออกแบบและขนาดของยานได้อย่างน่าสนใจ
นี่คือหน้าตาที่แท้จริงของยานอวกาศลึกลับของจีน
เมื่อเปรียบเทียบกับภาพเก่าที่เคยปรากฏในวงโคจร ภาพใหม่แสดงให้เห็นว่าเสินหลงมีโครงสร้างคล้ายกับยานอวกาศ X-37B ของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด ยานทั้งสองมีปีกทรงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก มีหางแนวตั้งคู่ และสามารถปล่อยขึ้นสู่อวกาศภายในส่วนครอบสัมภาระของจรวดได้ หลังจากปฏิบัติงานในวงโคจรแล้ว ยานจะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและลงจอดบนรันเวย์ในลักษณะคล้ายเครื่องบินไร้คนขับ
รูปลักษณ์ภายนอกของเสินหลงยังสะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างยานอวกาศกับกระสวยอวกาศขนาดเล็ก ตัวลำยานมีแผ่นป้องกันความร้อนสำหรับรับมือกับอุณหภูมิสูงระหว่างการกลับเข้าสู่โลก มีช่องบรรทุกสัมภาระอยู่บริเวณกึ่งกลาง และมีส่วนต่อขยายด้านท้ายที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้ทั้งสองข้าง รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายานสามารถทำงานในอวกาศเป็นระยะเวลานานโดยไม่ต้องพึ่งพาการเติมเชื้อเพลิงจากภายนอก
ภารกิจของเสินหลงและสิ่งที่ยังเป็นปริศนา
เสินหลงเดินทางสู่วงโคจรเป็นครั้งแรกในปี 2020 ภารกิจแรกใช้เวลาเพียงประมาณสองวัน ก่อนที่ยานจะกลับมาลงจอดที่ศูนย์ส่งดาวเทียมจิ่วเฉวียนในทะเลทรายโกบีของจีน แม้ภารกิจแรกจะสั้น แต่ก็ถือเป็นการทดสอบเทคโนโลยีที่สำคัญ เพราะจีนต้องตรวจสอบทั้งระบบปล่อยยาน การควบคุมในวงโคจร ระบบป้องกันความร้อน และกระบวนการลงจอดแบบแนวนอน
ภารกิจต่อมามีระยะเวลานานขึ้นอย่างมาก เสินหลงถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนสิงหาคม 2022 และอยู่ในวงโคจรรอบโลกนานถึง 276 วัน จากนั้นยานถูกปล่อยอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2023 และปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องประมาณ 268 วัน ปัจจุบันยานอยู่ในภารกิจครั้งที่สี่ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นของแต่ละภารกิจทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจีนกำลังทดสอบความทนทาน ระบบอัตโนมัติ และความสามารถในการปฏิบัติงานระยะยาวของยานอย่างเป็นขั้นตอน
ตลอดการปฏิบัติภารกิจ เสินหลงเคยทำการเปลี่ยนวงโคจร การบินเป็นรูปขบวน และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใกล้หรือเชื่อมต่อกับวัตถุอื่น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ายานปล่อยวัตถุที่ไม่ทราบแน่ชัดหลายชิ้นออกสู่วงโคจร วัตถุบางชิ้นสามารถส่งสัญญาณออกมาได้ ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ติดตามและจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าวัตถุเหล่านี้คืออะไร หรือมีวัตถุประสงค์ใด
โครงสร้างสำคัญที่มองเห็นจากภาพถ่าย
ภาพถ่ายใหม่ช่วยให้ผู้ชมสังเกตส่วนประกอบหลายจุดของยานได้ชัดขึ้น ปีกทรงเดลตาช่วยเพิ่มแรงยกและควบคุมยานระหว่างการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่แผ่นป้องกันความร้อนทำหน้าที่ปกป้องโครงสร้างภายในจากความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการลดระดับจากวงโคจร ช่องบรรทุกสัมภาระตรงกลางอาจใช้รองรับอุปกรณ์ทดลอง ดาวเทียมขนาดเล็ก หรือวัตถุอื่นที่จำเป็นต่อภารกิจ
ส่วนท้ายของยานมีโครงสร้างยื่นออกมาและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แผงเหล่านี้ช่วยผลิตพลังงานสำหรับระบบควบคุม การสื่อสาร และเครื่องมือภายในระหว่างที่ยานอยู่ในอวกาศ การที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถกางออกได้ยังช่วยให้เสินหลงรักษาความคล่องตัวและลดขนาดของยานขณะถูกบรรจุอยู่ภายในจรวด
- ปีกทรงเดลตา: ช่วยควบคุมทิศทางและสร้างแรงยกระหว่างการกลับเข้าสู่โลก
- แผ่นป้องกันความร้อน: ปกป้องยานจากอุณหภูมิสูงในช่วงผ่านชั้นบรรยากาศ
- ช่องบรรทุกสัมภาระ: รองรับอุปกรณ์ทดลองหรือวัตถุที่ใช้ในภารกิจ
- แผงโซลาร์เซลล์: ผลิตพลังงานเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
- หางแนวตั้งคู่: ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและการควบคุมขณะบินกลับสู่พื้นโลก
แม้เสินหลงจะมีความคล้ายคลึงกับ X-37B แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่ายานทั้งสองมีภารกิจเหมือนกันทั้งหมด ยานอวกาศแบบใช้ซ้ำได้สามารถนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การทดลองวัสดุและเซนเซอร์ การทดสอบระบบสื่อสาร ไปจนถึงการปล่อยหรือเก็บวัตถุในวงโคจร ความลับของจีนทำให้ผู้สังเกตการณ์ต้องอาศัยภาพถ่ายจากดาวเทียม การติดตามวงโคจร และข้อมูลจากหน่วยงานต่างประเทศเพื่อประเมินความสามารถของยาน
การพัฒนายานลำนี้ดำเนินการโดย China Academy of Launch Vehicle Technology ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ผลิตทั้งยานปล่อยดาวเทียมสำหรับพลเรือนและระบบปล่อยที่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร จีนเปิดเผยข้อมูลด้านเทคนิคของเสินหลงเพียงเล็กน้อย และไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดว่ายานถูกสร้างขึ้นเพื่อภารกิจใด การขาดข้อมูลดังกล่าวทำให้เสินหลงยังคงเป็นหนึ่งในโครงการอวกาศที่น่าจับตามองที่สุดของจีน
โดยสรุป นี่คือหน้าตาที่แท้จริงของยานอวกาศลึกลับของจีน ที่ภาพถ่ายใหม่ช่วยเปิดเผยให้เห็นมากขึ้น แม้ภาพนี้ยังไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของยาน แต่ก็ยืนยันว่าเสินหลงเป็นยานอวกาศที่มีความซับซ้อน สามารถทำงานในวงโคจรเป็นเวลานาน และกลับมาลงจอดในแนวนอนได้ ความลึกลับของโครงการนี้อาจยังคงอยู่ต่อไป แต่ทุกภาพและข้อมูลใหม่จะช่วยให้เราเข้าใจการแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศระหว่างประเทศได้ดีขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน การติดตามเสินหลงไม่ควรมองเพียงเรื่องการแข่งขันทางทหารเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงความก้าวหน้าของยานอวกาศใช้ซ้ำ เทคโนโลยีอัตโนมัติ และการสำรวจวงโคจรในอนาคตด้วย ยิ่งจีนเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น โลกก็จะยิ่งประเมินบทบาทของยานลำนี้ได้อย่างแม่นยำมากกว่าเดิม
ที่มา – Here’s What China’s Mysterious Spaceplane Actually Looks Like
