นี่คือวิธีที่ ChatGPT ยิงโฆษณาเจาะจงคุณ

การใช้งาน ChatGPT กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อ OpenAI เริ่มขยายธุรกิจโฆษณาและทดลองนำเสนอทั้งโฆษณาแบบข้อความ รวมถึงโปรโมชันที่มีภาพประกอบภายในบทสนทนา ประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองไม่ใช่เพียงว่าโฆษณาจะปรากฏตรงไหน แต่คือระบบเลือกได้อย่างไรว่าใครควรเห็นโฆษณาแต่ละชิ้น เพราะข้อมูลที่ใช้ประกอบการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอาจเชื่อมโยงกับตัวตนของผู้ใช้งานมากกว่าที่คิด

รายงานจาก 404 Media ระบุว่า ผู้ลงโฆษณาอาจสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายโดยอ้างอิงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ หรือรหัสประจำตัวเฉพาะของอุปกรณ์มือถือ จากนั้นจึงอัปโหลดรายการดังกล่าวเข้าสู่ระบบโฆษณาของ OpenAI เพื่อให้ระบบตรวจสอบว่าข้อมูลเหล่านั้นเชื่อมโยงกับบัญชี ChatGPT หรือไม่ หากพบการจับคู่ บัญชีดังกล่าวก็อาจมีสิทธิ์เห็นโฆษณาจากแคมเปญนั้น

นี่คือวิธีที่ ChatGPT ยิงโฆษณาเจาะจงคุณ

แนวทางนี้เรียกได้ว่าเป็นการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเอง หรือ Custom Audiences โดยผู้ลงโฆษณาไม่ได้เลือกผู้ใช้จากความสนใจทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่ใช้รายชื่อกลุ่มคนที่มีอยู่แล้วจากแหล่งข้อมูลอื่น เช่น รายชื่อลูกค้า สมาชิกบริการ ผู้สมัครรับข่าวสาร หรือผู้ที่เคยติดต่อกับแบรนด์ เมื่ออัปโหลดข้อมูลเข้าสู่ระบบ ระบบจะตรวจสอบการจับคู่กับบัญชีที่ใช้งาน ChatGPT โดยผู้ลงโฆษณาจะไม่เห็นว่าอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์รายการใดตรงกับบัญชีของผู้ใช้รายใด

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ผู้ลงโฆษณาอาจใช้ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์แบบปกติ ข้อมูลที่ผ่านการแฮชเพื่อบดบังรายละเอียด หรือรหัสโฆษณาเฉพาะที่ถูกกำหนดให้กับอุปกรณ์ Android วิธีเหล่านี้ช่วยให้แพลตฟอร์มเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนของผู้ใช้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่ผู้ใช้เคยให้ข้อมูลเหล่านี้ไว้กับใครบ้าง และข้อมูลถูกนำมาใช้เพื่อการโฆษณาอย่างไร

นี่คือวิธีที่ ChatGPT ยิงโฆษณาเจาะจงคุณในทางปฏิบัติ

การทำงานไม่ได้หมายความว่าผู้ลงโฆษณาสามารถใส่อีเมลของบุคคลเพียงคนเดียว แล้วบังคับให้บุคคลนั้นเห็นโฆษณาซ้ำ ๆ ได้ทันที ระบบกำหนดให้รายการกลุ่มเป้าหมายมีขนาดอย่างน้อย 25,000 รายการ จึงจะสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายลักษณะนี้ได้ ข้อกำหนดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้ระบบติดตามหรือเจาะจงบุคคลแบบรายคน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวหายไปทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่าข้อมูลดิบที่ผู้ลงโฆษณาอัปโหลดเข้าสู่แพลตฟอร์มได้รับการแฮชก่อนจัดเก็บหรือไม่ หากข้อมูลยังอยู่ในรูปแบบที่อ่านได้ ก็อาจสร้างความเสี่ยงหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล แม้ OpenAI จะระบุว่าไฟล์ที่อัปโหลดจะถูกลบภายใน 24 ชั่วโมงหลังการประมวลผล แต่ผู้ใช้และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยย่อมต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดเก็บ การเข้ารหัส การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง และการตรวจสอบการใช้งานข้อมูล

ผู้ใช้ ChatGPT ควบคุมโฆษณาได้มากแค่ไหน

OpenAI ระบุว่าการที่บัญชีถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มเป้าหมายไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้จะเห็นโฆษณาอย่างแน่นอน อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถปิดการโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับบุคคลได้จากการตั้งค่าบัญชี การตั้งค่านี้มีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้โฆษณาถูกเลือกจากประวัติการสนทนา กิจกรรม และความชอบในอดีตของผู้ใช้

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดดังกล่าวอาจไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี เพราะการตั้งค่าปิดโฆษณาเฉพาะบุคคลอาจยังไม่ป้องกันการใช้ตัวระบุบางประเภทเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้ง OpenAI ระบุว่าโฆษณาอาจอ้างอิงจากบทสนทนาปัจจุบันได้ด้วย นั่นหมายความว่า แม้ผู้ใช้จะปิดการปรับโฆษณาตามกิจกรรมในอดีต แต่เนื้อหาที่กำลังพูดคุยในขณะนั้นอาจยังมีอิทธิพลต่อโฆษณาที่ปรากฏ

  • ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว: ผู้ใช้ควรเข้าไปดูตัวเลือกเกี่ยวกับโฆษณาและการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับบุคคลเป็นระยะ
  • หลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ: ไม่ควรส่งรหัสผ่าน เลขบัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดอ่อนลงในบทสนทนาโดยไม่จำเป็น
  • แยกอีเมลสำหรับบริการต่าง ๆ: การใช้อีเมลเฉพาะสำหรับการสมัครบริการช่วยลดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มได้บางส่วน
  • อ่านนโยบายของบริการ: ควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการนำข้อมูลไปใช้เพื่อการโฆษณา การวิเคราะห์ หรือการแบ่งปันกับพันธมิตรอย่างไร

ความเป็นส่วนตัวกับโฆษณาแบบเฉพาะกลุ่ม

โฆษณาแบบกำหนดเป้าหมายมีข้อดีต่อทั้งผู้ลงโฆษณาและผู้ใช้งาน แบรนด์สามารถสื่อสารกับคนที่อาจสนใจสินค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ขณะที่ผู้ใช้อาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของตนเอง แต่ความแม่นยำดังกล่าวต้องแลกกับการใช้ข้อมูลจำนวนมาก และทำให้เกิดคำถามว่าเส้นแบ่งระหว่างการนำเสนอเนื้อหาที่มีประโยชน์กับการติดตามผู้ใช้อยู่ตรงไหน

กรณีของ ChatGPT มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เพราะผู้คนจำนวนมากใช้บริการเพื่อพูดคุยเรื่องงาน การเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ และเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ หากผู้ใช้รู้สึกว่าบทสนทนาถูกนำไปใช้เพื่อจูงใจในการซื้อสินค้า ความไว้วางใจที่มีต่อแพลตฟอร์มอาจลดลงทันที ดังนั้น ความโปร่งใสจึงควรครอบคลุมทั้งแหล่งที่มาของข้อมูล เหตุผลที่โฆษณาปรากฏ วิธีปิดการปรับโฆษณา และระยะเวลาที่ระบบเก็บข้อมูล

ในมุมของผู้บริโภค เรื่องนี้สะท้อนว่าการลบคุกกี้หรือไม่กดอนุญาตบางอย่างอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะข้อมูลจากอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และรหัสอุปกรณ์สามารถถูกนำมาเชื่อมโยงกันข้ามบริการได้ ผู้ใช้จึงควรตระหนักว่าข้อมูลที่เคยให้ไว้กับบริษัทหนึ่งอาจถูกนำมาใช้สร้างกลุ่มเป้าหมายบนอีกแพลตฟอร์มหนึ่งตามเงื่อนไขและความยินยอมที่แตกต่างกัน

โดยสรุป ระบบโฆษณาของ ChatGPT กำลังแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนทนาเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับธุรกิจโฆษณาอีกด้วย นี่คือวิธีที่ ChatGPT ยิงโฆษณาเจาะจงคุณ ผ่านการจับคู่ข้อมูลผู้ใช้ กลุ่มเป้าหมายที่ผู้ลงโฆษณาอัปโหลด และบริบทของบทสนทนา การติดตามข่าวสารและตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ หากคุณให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนตัว อย่ารอให้โฆษณาทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ควรทบทวนข้อมูลที่แชร์และสิทธิ์ที่อนุญาตตั้งแต่วันนี้

ที่มา – Here’s How ChatGPT Is Targeting You With Ads

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *