นิด้าโพลเปิดผลสำรวจน้ำท่วม กทม. คนกรุงยกกู้ภัย-จิตอาสาน่าชื่นชมอันดับหนึ่ง
เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไม่ได้สะท้อนเพียงปัญหาสภาพอากาศหรือระบบระบายน้ำเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นความรู้สึกของประชาชนต่อการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างชัดเจน ล่าสุด นิด้าโพลเปิดผลสำรวจน้ำท่วม กทม. เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงว่าใครมีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤต และประชาชนมองบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างไร
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ผลสำรวจจึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับทั้งประชาชน ผู้บริหารเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติ
นิด้าโพลเปิดผลสำรวจน้ำท่วม กทม. คนกรุงชื่นชมใครมากที่สุด
เมื่อถามถึงผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากน้ำท่วม ร้อยละ 36.41 ระบุว่าปลอดภัยดีและไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ร้อยละ 36.11 ระบุว่ามีน้ำท่วมบริเวณรอบที่พักอาศัย แต่ยังสามารถเดินทางออกไปได้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ จำนวนมากต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แม้จะยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพออกจากบ้านก็ตาม
นอกจากนี้ ร้อยละ 18.93 ระบุว่าน้ำท่วมเส้นทางสัญจรไปยังสถานที่ทำงาน ส่วนร้อยละ 17.94 ได้รับผลกระทบหนักจนมีน้ำเข้าไปภายในที่พักอาศัย ขณะเดียวกัน ร้อยละ 16.34 ระบุว่ายานพาหนะถูกน้ำท่วมแต่ยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ และร้อยละ 13.59 ติดค้างอยู่ภายในที่พัก ไม่สามารถเดินทางออกมาได้
ผลสำรวจที่โดดเด่นที่สุดคือ ประชาชนร้อยละ 45.95 ยกให้มูลนิธิ กู้ภัย และองค์กรจิตอาสา เป็นกลุ่มที่น่าชื่นชมมากที่สุดในช่วงวิกฤตน้ำท่วม เหตุผลสำคัญมาจากการเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง และการทำงานที่มักเห็นผลได้ทันที ทั้งการขนย้ายคน แจกอาหาร ลำเลียงสิ่งของ รวมถึงช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม มีประชาชนร้อยละ 30.23 ระบุว่าไม่มีใครน่าชื่นชม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความคาดหวังของประชาชนต่อการรับมือภัยพิบัติยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่ เมื่อมองในมุมคนทั่วไป ความช่วยเหลือในช่วงน้ำท่วมไม่ควรขึ้นอยู่กับน้ำใจของอาสาสมัครเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีระบบภาครัฐที่ทำงานได้ต่อเนื่องและเข้าถึงทุกชุมชน
บุคคลและหน่วยงานที่ได้รับความชื่นชม
สำหรับบุคคลและหน่วยงานอื่น ๆ ที่ได้รับการกล่าวถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับความชื่นชมร้อยละ 16.41 ขณะที่ทีมงานผู้ว่าฯ กทม. ได้ร้อยละ 11.22 เว็บเพจและโซเชียลมีเดียที่รายงานสถานการณ์จริงได้ร้อยละ 10.38 ส่วนทหารได้รับความชื่นชมร้อยละ 9.62
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ กทม. ที่เกี่ยวข้องได้รับร้อยละ 8.85 สส. ในพื้นที่ได้ร้อยละ 8.63 และสื่อมวลชนได้ร้อยละ 7.71 ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่รวดเร็วและข้อมูลจากพื้นที่จริงพอ ๆ กับการลงมือช่วยเหลือ เพราะในยุคดิจิทัล การแจ้งเตือนที่ถูกต้องสามารถช่วยลดความเสียหายและทำให้ผู้คนวางแผนเดินทางได้ดีขึ้น
บทเรียนจากน้ำท่วมยังสร้างความกังวล
ประเด็นที่น่าจับตามองคือทัศนะต่อบทเรียนที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยร้อยละ 38.55 มองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับบทเรียน แต่จะไม่สามารถป้องกันหรือแก้ไขปัญหาได้ในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 27.56 เชื่อว่าหน่วยงานได้รับบทเรียนและจะสามารถแก้ไขปัญหาได้
ส่วนร้อยละ 16.87 ระบุว่าหน่วยงานได้รับบทเรียนแล้ว แต่จะไม่สนใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และร้อยละ 9.47 มองว่าไม่ได้รับบทเรียนใด ๆ และจะไม่สามารถป้องกันปัญหาในอนาคตได้ เมื่อรวมภาพทั้งหมด จะเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าการแก้ปัญหาจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ในมุมผู้ติดตามข่าวและเทคโนโลยี ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการจัดการน้ำท่วมในปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาเพียงเขื่อน ประตูระบายน้ำ หรือเครื่องสูบน้ำเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ แผนที่น้ำท่วม การวิเคราะห์ข้อมูลฝน และช่องทางสื่อสารที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เทคโนโลยีสามารถช่วยให้หน่วยงานตัดสินใจเร็วขึ้น แต่ต้องมีการบำรุงรักษาและใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง
- จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงและอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์
- พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม
- ซ้อมแผนอพยพร่วมกับชุมชนและอาสาสมัคร
- เปิดเผยข้อมูลการระบายน้ำให้ประชาชนตรวจสอบได้
- ประเมินผลการทำงานหลังเกิดเหตุและนำไปปรับใช้จริง
โดยสรุป นิด้าโพลเปิดผลสำรวจน้ำท่วม กทม. ครั้งนี้ทำให้เห็นสองภาพพร้อมกัน ภาพแรกคือพลังของกู้ภัย มูลนิธิ และจิตอาสาที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ส่วนอีกภาพคือความกังวลว่าหน่วยงานจะสามารถเปลี่ยนบทเรียนให้กลายเป็นการป้องกันระยะยาวได้หรือไม่ การรับมือครั้งต่อไปจึงควรสร้างระบบที่ทำให้ความช่วยเหลือจากภาคประชาชนทำงานร่วมกับภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนกรุงอย่างจริงจัง ประชาชนเองก็ควรติดตามประกาศทางการ เตรียมแผนฉุกเฉิน และร่วมสะท้อนปัญหาเพื่อผลักดันให้การแก้น้ำท่วมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
