นายกฯ เดือดกลางประชุมมหาดไทย ไล่อ่านโพสต์แฉผู้มีอิทธิพลภูเก็ต มท.1 นั่งอยู่ตรงนี้ ใครจะปลดผู้ว่าฯ
เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้เห็นข่าวร้อนที่เป็นประเด็นใหญ่ในช่วงนี้ กับเหตุการณ์ที่ นายกฯ เดือดกลางประชุมมหาดไทย ไล่อ่านโพสต์แฉผู้มีอิทธิพลภูเก็ต มท.1 นั่งอยู่ตรงนี้ ใครจะปลดผู้ว่าฯ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงการทำงานของข้าราชการในระดับจังหวัดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อมีการกล่าวอ้างถึงเรื่องการใช้อำนาจและการโยกย้ายตำแหน่งที่ไม่เป็นธรรม จนกลายเป็นหัวข้อที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้ครับ
นายกฯ เดือดกลางประชุมมหาดไทย ไล่อ่านโพสต์แฉผู้มีอิทธิพลภูเก็ต มท.1 นั่งอยู่ตรงนี้ ใครจะปลดผู้ว่าฯ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายกรัฐมนตรีได้หยิบยกประเด็นที่โลกออนไลน์มีการแชร์และโพสต์ข้อความโจมตีเกี่ยวกับการทุจริตและการบุกรุกพื้นที่ โดยมีการพาดพิงถึงความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกับรองผู้ว่าฯ หรือที่รู้จักกันในฉายา ‘รองซีฟู้ด’ โดยมีการตั้งคำถามถึงกระแสข่าวลือที่ว่ารองฯ รายนี้จะทำการปลดผู้ว่าฯ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งงานนี้ทำเอาบรรยากาศในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยถึงกับตึงเครียดทันที
ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า การออกมาปล่อยข่าวหรือพูดจาในลักษณะที่เป็นอากาศธาตุแบบนี้ ทั้งเรื่องการขู่จะปลดผู้ว่าฯ รวมถึงการอ้างถึงเบื้องหลังคนใหญ่คนโตนั้น เป็นสิ่งที่ ‘ปัญญาอ่อน’ และทำให้ระบบราชการดูแย่ เพราะในเมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) นั่งอยู่ตรงนี้ จะมีใครหน้าไหนมาปลดผู้ว่าฯ ได้ตามใจชอบ หากจะปลดก็ต้องผ่านกระบวนการและการพิจารณาที่ชัดเจน ไม่ใช่การใช้ข่าวลือมาสร้างแรงกดดัน
เบื้องหลังการเมืองท้องถิ่นกับเสียงสะท้อนจากสังคม
ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของบุคคลครับ แต่มันคือการปะทะกันระหว่างกระแสข่าวบนโลกออนไลน์กับความเป็นจริงของการบริหารงานราชการ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดคือตัวแทนของรัฐบาลในพื้นที่ หากเกิดปัญหาแล้วแก้ไขไม่ได้ หรือปล่อยให้มีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาแทรกแซง ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลโดยตรง
- การตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
- การนำเสนอข้อมูลต้องมีหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่แค่การกล่าวหาลอยๆ บนโซเชียล
- ระบบราชการต้องมีธรรมาภิบาลและการตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง
เหตุการณ์ที่ นายกฯ เดือดกลางประชุมมหาดไทย ไล่อ่านโพสต์แฉผู้มีอิทธิพลภูเก็ต มท.1 นั่งอยู่ตรงนี้ ใครจะปลดผู้ว่าฯ เป็นบทเรียนสำคัญให้กับข้าราชการไทยว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไปเร็วแบบนี้ การมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพและการวางตัวให้อยู่เหนือปัญหาความขัดแย้งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก หากใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิดตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การวัดพลังกันด้วยกระแสข่าวลือ
ในมุมมองของผม นี่คือสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารระดับประเทศให้ความสำคัญกับการจัดการผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน สิ่งที่สังคมจับตามองหลังจากนี้คือผลการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าใครคือ ‘รองซีฟู้ด’ ผู้นี้ และเรื่องราวการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นอย่างไรต่อไป เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดครับ เพราะความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญที่สุดของประเทศ
สุดท้ายนี้ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับว่า ในเมื่อมีข่าวคราวในที่สาธารณะแล้ว การรีบออกมาจัดการและชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนได้ดีที่สุด ใครที่กำลังคิดจะใช้อำนาจในทางที่ผิดหรืออาศัยแบ็กดีมาเล่นงานเพื่อนร่วมงานคงต้องคิดให้หนัก เพราะวันนี้ตาของประชาชนและผู้บริหารจับตามองอย่างใกล้ชิดกว่าที่เคยแล้วครับ
ที่มา – นายกฯ เดือดกลางประชุมมหาดไทย ไล่อ่านโพสต์แฉผู้มีอิทธิพลภูเก็ต มท.1 นั่งอยู่ตรงนี้ ใครจะปลดผู้ว่าฯ
