นายกฯ ย้ำต้องตรวจสอบเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนเคาะลุยไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 ยันเงินคงคลังรัฐบาลแข็งแรง
สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตเรื่องเศรษฐกิจไทยที่หลายคนกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งหลายคนถามไถ่กันเข้ามามากว่าเฟส 2 จะมาเมื่อไหร่ หรือจะมีเงื่อนไขการช่วยเหลืออย่างไร ล่าสุดทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้ความชัดเจนในประเด็นนี้แล้วครับ
นายกฯ ย้ำต้องตรวจสอบเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนเคาะลุยไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 ยันเงินคงคลังรัฐบาลแข็งแรง
ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการช่วยเหลือจากเดิม 60:40 มาเป็น 50:50 ซึ่งท่านนายกฯ ได้ให้มุมมองในฐานะผู้นำว่า ทุกการตัดสินใจต้องมีความรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน เพราะเป้าหมายหลักคือการทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยท่านเน้นย้ำว่า นายกฯ ย้ำต้องตรวจสอบเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนเคาะลุยไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 ยันเงินคงคลังรัฐบาลแข็งแรง ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นว่าสถานะการเงินของรัฐบาลยังอยู่ในจุดที่ควบคุมดูแลได้ ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ หากมองถึงเรื่องการกู้เงินมาหมุนเวียนในระบบ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การได้เงินมา แต่คือ “ความคุ้มค่า” หากดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 1.2% แต่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนให้ GDP เติบโตได้มากกว่านั้น ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มองแค่การแจกจ่าย แต่พยายามทำควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดการพลังงานและดาต้าเซนเตอร์ เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นในระยะยาว
ทำไมสถานะเงินคงคลังถึงสำคัญต่อไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2?
การที่นายกฯ ออกมายืนยันว่าสถานะการเงินยังแข็งแรง เป็นสัญญาณบวกสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการครับ เพราะหมายความว่ารัฐบาลยังมี “กระสุน” เพียงพอในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป การกู้เงินเพื่อมาดำเนินโครงการ นายกฯ ย้ำต้องตรวจสอบเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนเคาะลุยไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 ยันเงินคงคลังรัฐบาลแข็งแรง จึงไม่ใช่การสร้างภาระหนี้เสีย แต่เป็นการวางแผนทางการเงินเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:
- การประเมินผลสัมฤทธิ์จากโครงการเฟส 1 เพื่อนำมาปรับปรุงเฟส 2
- การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานเพื่อช่วยลดภาระประชาชน
- การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment)
ในฐานะที่เราเป็นประชาชนหรือนักลงทุนรายย่อย ผมแนะนำว่าให้ติดตามนโยบายนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าเฟส 2 ออกมาจริง ผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนและดัชนีตลาดหุ้นย่อมเป็นไปในทิศทางบวกครับ สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือการแถลงรายละเอียดเรื่องเกณฑ์ 50:50 ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลจะเลือกทางออกที่กระทบต่อวินัยการเงินการคลังน้อยที่สุดแต่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชนให้ได้มากที่สุดครับ
