ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการบันเทิงและการเมืองไทยกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ ดราม่าคดีของ เบน สมิธ นักธุรกิจชื่อดังที่ถูกโยงไปถึงเรื่องสแกมเมอร์และฟอกเงิน แต่ล่าสุด ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง ซึ่งเป็นการแถลงข่าวจากทนายวิฑูรย์ เก่งงาน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย พร้อมวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดๆ ครับ

ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง

ทนายวิฑูรย์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงหลังตำรวจ CIB ออกหมายจับเบน สมิธ โดยย้ำว่าข้อกล่าวหาที่ใช้คือเรื่องข้อพิพาทระหว่างเบนกับบริษัทในลาว ไม่ใช่เรื่องฟอกเงินหรือสแกมเมอร์อย่างที่นักการเมืองบางคนพูดถึง เช่น รังสิมันต์ โรม ที่เคยอภิปรายในสภาว่าเบนเป็นเจ้าพ่อสแกม แต่ข้อหาจริงๆ มันต่างกันสิ้นเชิง เป็นแค่ปัญหาทางธุรกิจธรรมดาๆ นี่แหละครับ

ยิ่งไปกว่านั้น ทนายยังชี้ว่าเรื่องนี้ถูกปั่นให้เป็นเครื่องมือโจมตีทักษิณ ชินวัตร และธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งตรงกับที่อนุทิน ชาญวีรกูล เคยให้สัมภาษณ์ว่าเบนเป็นแค่นักธุรกิจหรือโบรกเกอร์ ไม่ใช่สแกมเมอร์เลย ฟังดูแล้วเหมือนดราม่าการเมืองที่ผสมโรงกับคดีธุรกิจ เหมือนละครหลังข่าวที่เราชอบดูกันนั่นแหละ!

ข้อพิรุธในคดีที่ทนายตั้งคำถาม

ทนายวิฑูรย์ ยกข้อสังเกตที่น่าสนใจมากๆ ครับ โดยเฉพาะความรวดเร็วผิดปกติของกระบวนการ มาดูกันแบบรายละเอียด:

  • ไม่เปิดเผยชื่อบริษัทผู้แจ้งความ: ทำไมถึงปิดบัง? ทำให้สงสัยในความโปร่งใส
  • แจ้งความปี 2567 แต่ดำเนินคดีเร็วผิดหู: หนังสือมอบอำนาจจากลาวเพิ่งรับรองใหม่วันที่ 9 ก.พ. แล้วลงเลขคดี 12 ก.พ. ออกหมายจับ 26 ก.พ. รวดขนาดนี้ มาตรฐานเดียวกันทุกคดีได้มั้ยครับ?
  • อายุความอาจหมด: อ้างโกงตั้งแต่ปี 2565 แต่แจ้งปี 2567 คดีฉ้อโกงมีอายุความแค่ 3 เดือนนับแต่ทราบเรื่อง CIB รับได้ยังไง?

อีกเรื่องคือการยึดทรัพย์! มูลค่าความเสียหายแจ้งแค่ 991 ล้านบาท แต่ยึดทรัพย์เกิน 10,000 ล้าน เกินไปมาก สมควรคืนส่วนเกินนะครับ คล้ายคดีทนายตั้มที่ศาลคืนทรัพย์แล้วด้วย

ทำไมเบนไม่กลับไทย? ความเสี่ยงสูงเกิน

ทนายเผยว่าเบนเคยไปชี้แจงกับ CIB ตั้งแต่ 10 ก.ค. 2567 มีใบรับเอกสารชัดเจน แต่ดันออกหมายจับซะงั้น! ตอนนี้ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทย เพราะกลัวประกันตัวไม่ได้ โดยเฉพาะคดีดังแบบนี้ที่ศาลมักเข้มงวด แถมมีกลิ่นทางการเมืองแรงๆ ถ้ากลับไปเสี่ยงโดนกักตุนแน่ๆ ต้องชั่งน้ำหนักดีๆ ครับ ในมุมผมที่เคยเห็นคดีดังๆ หลายเคส บุคคลสปอตไลต์มักได้สิทธิ์น้อยกว่าปกติจริงๆ

ส่วนหลักฐานต่อสู้คดี ทนายบอกว่ายื่นครบแล้ว จะเพิ่มอีกมั้ยต้องคุยกัน แต่ย้ำว่าคดีนี้เป็นแพ่งมากกว่าอาญา ไม่ใช่สแกมโกงคนไทยอย่างที่ปั่นกัน

หลังออกหมายจับ รังสิมันต์ โรม โพสต์เฟซบุ๊กชื่นชมนายพล CIB เรียกร้องหมายแดง ทนายเลยฝากว่าเป็นคดีแพ่งเรื่องหุ้นนะ อย่าเชียร์แรง เดี๋ยวกลายเป็นเบี่ยงประเด็นคดีหมิ่นประมาทที่เบนฟ้องโรมอยู่ซะก่อน เหมือนเกมการเมืองชัดๆ เลยครับ

จากประสบการณ์ผม คดีแบบนี้ในไทยมักมีแรงจูงใจนอกเหนือจากกฎหมาย โดยเฉพาะนักธุรกิจใหญ่ที่รู้จักนักการเมือง เทรนด์ตอนนี้คือการใช้คดีธุรกิจโยงการเมืองเพื่อโจมตีคู่แข่ง เหมือนที่เห็นในข่าว crypto scam หรือ call center scam ที่ปนการเมืองบ่อยๆ เพื่อนๆ ที่ชอบติดตาม tech drama คงเห็นด้วยนะ

สรุปแล้ว คดีนี้ยังมีปมให้ขุดเยอะ ผมคิดว่าควรรอหลักฐานจริงๆ จากศาล อย่าเพิ่งตัดสินจากข่าวลือครับ มันช่วยให้เราเข้าใจระบบยุติธรรมไทยได้ลึกซึ้งขึ้น ถ้าคุณเป็นแฟนข่าวบันเทิงการเมือง ลองติดตามต่อไปนะ สุดท้ายแล้ว ความยุติธรรมต้องโปร่งใสเพื่อทุกคน!

คุณคิดว่าคดีนี้มี political motive จริงมั้ย? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่างเลยครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจ tech และ entertainment drama ด้วยนะ!

ที่มา – ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *