ตำรวจสอบสวนกลางจับอดีตพระ และคนสนิทในคดีสีกากอล์ฟ พบหลักฐานยักยอกเงินวัดและเงินบริจาครวมกว่า 10 ล้านบาท
ข่าวดังวันนี้: ตำรวจสอบสวนกลางจับอดีตพระ และคนสนิทในคดีสีกากอล์ฟ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม มีรายงานข่าวจาก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถึงความคืบหน้าในการจับกุม อดีตพระสงฆ์และคนสนิทในคดีที่เกี่ยวข้องกับ สีกากอล์ฟ ซึ่งเป็นการขยายผลจากการสอบสวนคดีทุจริตภายในวัด โดยมีผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกจับกุมตามหมายของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ผู้ต้องหารายนั้นเกี่ยวข้องอย่างไร?
ผู้ต้องหาทั้งสามประกอบด้วย อดีตพระสงฆ์ 2 รูป ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และเจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท อีกทั้งยังมีคนใกล้ชิดของเจ้าอาวาสร่วมในขบวนการด้วย
จากการสืบสวนพบว่า อดีตเจ้าอาวาสได้มีการโอนเงินจากวัดให้กับสีกากอล์ฟในหลายครั้งรวมกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่คนใกล้ชิดก็ได้ทุจริตเงินบริจาคที่เกิดจากการเช่าเรือของวัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ยิ่งไปกว่านั้น อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรยังถูกพบว่ามี involved กับการยักยอกเงินจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ ประมาณ 3 ล้านบาท แต่ไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสีกากอล์ฟ
ความสัมพันธ์ระหว่างสีกากอล์ฟกับเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรเป็นอย่างไร?
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สีกากอล์ฟได้อ้างว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตพระสงฆ์ โดยอธิบายว่าเคยเป็นรักแรกของเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร แต่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าได้สอบถามผู้ต้องหาดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้มีสัมพันธ์ตามที่สีกากอล์ฟกล่าวอ้าง แต่น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือคิดไปเองของสีกากอล์ฟมากกว่า
บทบาทของตำรวจในการตรวจสอบคดีอดีตพระและสีกากอล์ฟ
กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างฝ่ายตำรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการติดตามการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่อง แรงผลักดันของการสืบสวนคือความซับซ้อนของคดีที่เชื่อมโยงทั้งศาสนาและสังคม
แนวโน้มและความเป็นไปได้ในการขยายผล
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ยืนยันว่า ยังมีการสืบสวนต่อเนื่อง หากพบว่า อดีตพระสงฆ์รูปอื่นมีส่วนในการทุจริต ก็พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายและระเบียบสงฆ์อย่างเข้มงวด
ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดและ僧 หรือพระสงฆ์กำลังถูกวัดผลจากพฤติกรรมของพระบางรูปที่อาจหาญสร้างความเสียหายต่อสถาบันหลักทางจิตวิญญาณ นี่จึงเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับการตรวจสอบภายในทางศาสนาเช่นกัน