ตร. ปูพรมเคลียร์พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เตือนประชาชนห้ามแตะวัตถุต้องสงสัย
สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเริ่มคลี่คลายลง หลังจากที่มีสัญญาณบวกในการลดความขัดแย้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศปรับแผนงานใหม่ โดยเน้นการฟื้นฟูความปลอดภัยในพื้นที่ส่วนหลัง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย
ตร. ปูพรมเคลียร์พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เตือนประชาชนห้ามแตะวัตถุต้องสงสัย
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตำรวจได้ปรับแนวทางการทำงานไปสู่การฟื้นฟูความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในชุมชน หมู่บ้าน และแหล่งรายได้ของประชาชน พร้อมทั้งขจัดสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
หนึ่งในภารกิจหลักที่เร่งด่วนที่สุดก็คือ การปฏิบัติงานของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ที่ระดมแรงปูพรมไปทั่วพื้นที่ที่อาจมีวัตถุระเบิดตกค้าง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคมนาคม พื้นที่ทำกิน และบริเวณที่อยู่อาศัย เพื่อตรวจสอบและกำจัดวัตถุอันตราย เช่น ระเบิดหรือชิ้นส่วนกระสุนปืนใหญ่ที่ยังคงมีพลังทำลายล้าง
ประชาชนต้องรู้! ป้องกันอันตรายจากวัตถุระเบิด
ด้วยประสบการณ์จากการปะทะที่ผ่านมา วัตถุประสงค์หลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้กลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติ มีหน่วยงานหลากหลายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานความมั่นคง ทหาร และหน่วยท้องถิ่น ทำให้มั่นใจว่าทุกพื้นที่ทางด้านหลังชายแดนได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด
- ห้ามสัมผัสวัตถุต้องสงสัย
- ห้ามเคลื่อนย้ายหรือหยิบจับวัตถุแปลกปลอม
- รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ 191 หรือ 1599 ทันที
- เว้นระยะห่างจากวัตถุตกค้างอย่างน้อย 50 เมตร
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ เตือนอย่างจริงจังว่า “ทุกชิ้นส่วนที่ดูแปลกหรือคล้ายระเบิด อาจยังสามารถ detonate ได้ตลอดเวลา” ดังนั้น เจ้าหน้าที่ EOD จึงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและยุติภัยคุกคามเหล่านี้ก่อนที่จะเป็นอันตรายต่อพลเมือง
ความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นหัวใจของการคืนความปลอดภัย
การฟื้นฟูพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่แค่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนผู้ที่เคยอาศัย ทำมาหากินในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าเมื่อบริเวณปลอดภัยแล้วจริง ๆ จะเป็นโอกาสให้ชีวิตคนแถบทนงกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ในท้ายที่สุด เราเชื่อว่าความตั้งใจที่ดีจากทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และรัฐบาล จะเป็นคำตอบที่ทำให้ความปลอดภัยสุทธิกลับมาสู่พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างแท้จริง ขอให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษามาตรฐานความปลอดภัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของชุมชนริมแดน