ดาวเทียมหายใจเอาอากาศเพื่อโคจร
เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่าถ้าดาวเทียมไม่ต้องแบกเชื้อเพลิงมหาศาลขึ้นไปบนอวกาศ แต่ใช้วิธี “หายใจเอาอากาศ” รอบๆ ตัวมาเป็นพลังงานแทนจะเป็นอย่างไร? ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่นี่คือเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้วครับ!
บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติสเปนอย่าง Kreios Space กำลังพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำที่ชื่อว่า ดาวเทียมหายใจเอาอากาศเพื่อโคจร ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของดาวเทียมในระดับวงโคจรต่ำมาก (VLEO) ไปอย่างสิ้นเชิง โดยระบบนี้จะดึงก๊าซในชั้นบรรยากาศ เช่น ออกซิเจนและไนโตรเจน มาเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนตัวดาวเทียมเองโดยตรง
ดาวเทียมหายใจเอาอากาศเพื่อโคจร คืออะไร?
โดยปกติแล้ว การที่ดาวเทียมจะอยู่ในระดับต่ำมาก (ประมาณ 100-400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก) นั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เพราะแรงต้านของชั้นบรรยากาศจะดึงให้ดาวเทียมตกลงมาเร็วเกินไป ทำให้ต้องแบกเชื้อเพลิงจำนวนมากไปเพื่อสู้กับแรงต้านนี้ แต่เทคโนโลยี ดาวเทียมหายใจเอาอากาศเพื่อโคจร ของ Kreios Space จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการเก็บก๊าซในชั้นบรรยากาศมาทำให้เป็นประจุไฟฟ้าเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนแทน
ทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงสำคัญต่อวงการอวกาศ
การปรับใช้ระบบนี้มีข้อดีมากมายที่น่าสนใจมากครับ:
- ลดน้ำหนักตัวดาวเทียม: ไม่ต้องแบกเชื้อเพลิงไปเยอะ ทำให้ประหยัดงบในการส่งตัวดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้มหาศาล
- ภาพถ่ายที่คมชัดขึ้น: ยิ่งดาวเทียมอยู่ใกล้โลกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถ่ายภาพได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
- การสื่อสารที่ทรงพลัง: สัญญาณสื่อสารจะมีความแรงและเสถียรมากกว่าเดิม
- พื้นที่โคจรไม่แออัด: ย่าน VLEO ยังมีพื้นที่ว่างมากกว่าวงโคจรระดับต่ำปกติ
บริษัทมีแผนจะทดสอบระบบนี้จริงในอวกาศในปี 2028 โดยใช้ดาวเทียมขนาดเล็กจาก Kongsberg NanoAvionics เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เราสร้างโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่
ในมุมมองของผม นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าตื่นเต้นมากครับ เพราะถ้าเราสามารถทำให้ดาวเทียมลอยตัวอยู่ได้นานขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงที่สิ้นเปลือง เราจะเปิดโอกาสให้เกิดการสำรวจและเฝ้าสังเกตการณ์โลกของเราได้อย่างแม่นยำขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งการเกษตร การจัดการภัยพิบัติ และการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเราทุกคนอย่างแน่นอน
ที่มา – This Satellite Will Literally Breathe Air to Stay in Orbit
