ชิปใหม่ Qualcomm พายกระดับยุคแว่น AR ให้ล้ำไปอีกขั้น
ยุคแห่งการประมวลผลบนใบหน้า (Facial Computing) กำลังก้าวข้ามผ่านความเป็นแค่อุปกรณ์เสริมสุดล้ำที่ถูกมองว่าเป็นของแปลกไปแล้วครับ และล่าสุด Qualcomm ได้ประกาศเตรียมส่ง ชิปใหม่ Qualcomm พายกระดับยุคแว่น AR ให้ล้ำไปอีกขั้น ด้วยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่าง Snapdragon Reality Elite ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อนำพลังของ AI มาไว้ตรงหน้าดวงตาของคุณโดยเฉพาะ
ชิปใหม่ Qualcomm พายกระดับยุคแว่น AR ให้ล้ำไปอีกขั้น
ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่ามีการแบ่งแยกตลาดแว่นตาระหว่างแบบ “Optical See-through” ซึ่งก็คือแว่นตาปกติที่มองทะลุเห็นโลกจริง กับ “Video See-through” ที่เราคุ้นเคยในอุปกรณ์อย่าง Apple Vision Pro หรือ Samsung Galaxy XR ซึ่งชิปตัวใหม่นี้ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับทั้งสองรูปแบบการใช้งาน แม้ว่าแว่นตา AR ขนาดเล็กจะต้องพึ่งพาอุปกรณ์ประมวลผลภายนอกเพื่อช่วยขับเคลื่อนพลังให้ถึงขีดสุดก็ตาม
ประสิทธิภาพที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
Snapdragon Reality Elite คือผู้สืบทอดจากตระกูล XR2+ Gen 2 โดย Qualcomm เคลมว่ามีการอัปเกรดประสิทธิภาพที่น่าสนใจดังนี้:
- Adreno GPU แรงขึ้นถึง 60%
- Kyro CPU เร็วขึ้น 30%
- รองรับความละเอียดสูงสุดถึง 4.4K ต่อข้างที่รีเฟรชเรท 90Hz
- ประหยัดพลังงานมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20%
นอกจากนี้ ชิปดังกล่าวยังรองรับการทำ Hardware-accelerated Ray Tracing และลดค่าความหน่วง (Latency) ลง 10% ซึ่งช่วยให้ภาพที่ปรากฏบนดวงตามีความเป็นธรรมชาติและสมจริงมากยิ่งขึ้น การประมวลผลทั้งหมดนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ ชิปใหม่ Qualcomm พายกระดับยุคแว่น AR ให้ล้ำไปอีกขั้น ได้อย่างแท้จริง
ในส่วนของ AI นั้น ชิปตัวนี้รองรับประสิทธิภาพบนอุปกรณ์ได้สูงถึง 48 TOPS ซึ่งเพียงพอสำหรับการทำงานของ AI เบื้องต้น แต่หากต้องการใช้งาน AI อัจฉริยะที่ซับซ้อนขึ้น ก็ยังต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 บนมาตรฐานใหม่ล่าสุด เพื่อดึงข้อมูลจาก Cloud มาใช้นั่นเอง
แม้ว่าเราอาจจะยังไม่ได้เห็นอุปกรณ์แว่น AR รุ่นใหม่ที่ใช้ชิปตัวนี้วางจำหน่ายในทันที แต่แบรนด์อย่าง Xreal หรือ Google Project Aura ต่างก็กำลังซุ่มพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ โดยเป้าหมายคือการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน โดยอาจจะต้องใช้การเชื่อมต่อผ่าน Puck ประมวลผลภายนอกในกรณีของแว่นที่มีขนาดเบาและบาง
ในความเห็นของผม การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสเปกที่แรงขึ้นเท่านั้น แต่มันคือการปูทางไปสู่รูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน คุณพร้อมหรือยังที่จะสวมใส่คอมพิวเตอร์ไว้บนใบหน้าในอนาคตอันใกล้นี้? หรือคุณคิดว่าเราควรจะรอให้เทคโนโลยีมีความสมบูรณ์มากกว่านี้ก่อนครับ?
ที่มา – Qualcomm’s New Chip Pushes Us Deeper Into the AR Glasses Era
