ชาวนาพิษณุโลกลักลอบเผาตอซังข้าว หลังสิ้นสุดมาตรการห้ามเผา ทำ PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ด้านผู้ว่าฯ ย้ำมีความผิด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนๆ ในจังหวัดพิษณุโลกกันดีกว่า ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก นั่นคือ ชาวนาพิษณุโลกลักลอบเผาตอซังข้าว หลังสิ้นสุดมาตรการห้ามเผา ทำ PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ด้านผู้ว่าฯ ย้ำมีความผิด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเกษตรกรอย่างเดียว แต่กระทบสุขภาพเราๆ ทุกคนเลยนะครับ โดยเฉพาะในยุคที่เราติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีกันมากมาย แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมแบบนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

ชาวนาพิษณุโลกลักลอบเผาตอซังข้าว หลังสิ้นสุดมาตรการห้ามเผา ทำ PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ด้านผู้ว่าฯ ย้ำมีความผิด

วานนี้ (1 พฤษภาคม) ช่างภาพจาก THE STANDARD ลงพื้นที่รอบเมืองพิษณุโลก พบเกษตรกรหลายรายลักลอบเผาตอซังข้าวในพื้นที่ ต.พลายชุมพล และ ต.บ้านกร่าง เพื่อเตรียมแปลงนาให้พร้อมฤดูทำนาถัดไป ผลที่ตามมาคือ กลุ่มควันหนาทึบปกคลุมอำเภอเมือง ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดพุ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศในช่วงค่ำๆ นั่นเองครับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน หลังมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด 89 วันของจังหวัดสิ้นสุดลงเมื่อ 30 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา (หมายเหตุ: ปีในต้นฉบับอาจคลาดเคลื่อน แต่เราอ้างอิงตามข่าว) ควันและฝุ่นจากกองไฟเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะ PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว เช่น หอบหืด โรคหัวใจ และมะเร็งปอด จากประสบการณ์ที่ผมติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมมานาน PM2.5 ในไทยมักพุ่งสูงช่วงฤดูเผาไร่เผานาแบบนี้แหละครับ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเตือนเด็ดขาด

นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ออกมาเตือนทันทีว่า แม้มาตรการห้ามเผาจะจบลง แต่ไม่ได้เปิดทางให้เผาแบบฟรีๆ นะครับ หากการเผาก่อให้เกิด PM2.5 สูง สร้างความเดือดร้อน หรือกระทบสิ่งแวดล้อม ผู้กระทำผิดจะโดนดำเนินคดีตามกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.จราจรทางบก และกฎหมายป่าไม้ เป็นต้น โทษหนักทั้งปรับและจำคุกเลย

แต่ถ้าจำเป็นต้องเผาจริงๆ ก็ต้องทำแนวกันไฟให้ดี ควบคุมไม่ให้ลุกลาม และที่สำคัญ ขออนุญาตจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ก่อนทุกครั้งนะครับ นี่คือหลักปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ

ทางเลือกแทนการเผา: เทคโนโลยีช่วยเกษตรกร

ในฐานะคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ผมอยากแชร์ insight หน่อยว่า วันนี้มีวิธีทันสมัยแทนเผาแล้ว เช่น ใช้เครื่องจักรไถกลบตอซังลงดิน ใช้แบคทีเรียย่อยสลาย หรือแม้แต่เครื่องตีตอซังเป็นฟางสัตว์ขายต่อได้กำไร หลายฟาร์มในต่างประเทศใช้โดรนตรวจแปลงนาและเครื่องจักรอัตโนมัติ ลดการเผาได้ 100% แถมยังช่วยดูดซับคาร์บอน ลดโลกร้อนด้วย ในไทยก็มีโครงการจากกรมการข้าวสนับสนุนเครื่องจักรราคาถูก เกษตรกรลองศึกษาดูครับ จะช่วยทั้งสุขภาพและกระเป๋าตังค์

  • ไถกลบตอซัง: รวดเร็ว ถูก ช่วยดินอุดมสมบูรณ์
  • ตีตอซังเป็นอาหารสัตว์: สร้างรายได้เพิ่ม
  • ใช้จุลินทรีย์ย่อย: เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมสุดๆ

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่พิษณุโลก แต่เป็น trend ทั่วภาคเหนือตอนล่าง ถ้าเราไม่แก้ด้วยเทคโนโลยีและการศึกษา ฝุ่น PM2.5 จะพุ่งทุกปี สุขภาพประชาชนเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

สุดท้าย ผมขอให้ความเห็นว่า เป็นเวลาที่เกษตรกรและหน่วยงานต้องร่วมมือกันจริงจัง ลองเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดูครับ จะช่วยให้ไทยเป็นประเทศเกษตรยั่งยืนได้ เรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันแจ้งเบาะแสการเผาลับๆ ผ่านแอป AirVisual หรือหน่วยงานท้องถิ่น เพื่ออากาศสะอาดสำหรับทุกคน!

ที่มา – ชาวนาพิษณุโลกลักลอบเผาตอซังข้าว หลังสิ้นสุดมาตรการห้ามเผา ทำ PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ด้านผู้ว่าฯ ย้ำมีความผิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *