ชายจอร์เจียอ้างตำรวจใช้กล้อง Flock ติดตามหลังฟ้องนายอำเภอ

ประเด็นความเป็นส่วนตัวจากเทคโนโลยีอ่านป้ายทะเบียนกำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง ชายจอร์เจียอ้างตำรวจใช้กล้อง Flock ติดตามหลังฟ้องนายอำเภอ โดยเขาระบุว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานนายอำเภอเคาน์ตีโควตาใช้เครือข่ายกล้องของ Flock Safety ค้นหารถยนต์ของเขาเป็นเวลาหลายเดือน ขณะที่คดีฟ้องร้องก่อนหน้านี้ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

ไทเลอร์ เมอร์เคอร์สัน ยื่นฟ้องแบบกลุ่มที่ศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตตอนเหนือของรัฐจอร์เจีย โดยมี Flock Safety เคาน์ตีโควตา นายอำเภอเลนน์ วูด เจ้าหน้าที่สำนักงานนายอำเภอสองราย และผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่ทราบชื่ออีกสามรายเป็นจำเลย เขาต้องการให้คดีครอบคลุมผู้ขับขี่รายอื่นที่อาจถูกค้นข้อมูลผ่านระบบ Flock โดยไม่มีเหตุผลด้านการสืบสวนที่ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน

ชายจอร์เจียอ้างตำรวจใช้กล้อง Flock ติดตามหลังฟ้องนายอำเภอ

ข้อกล่าวหานี้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2023 ซึ่งเมอร์เคอร์สันถูกเจ้าหน้าที่จับกุมที่ปั๊มน้ำมันใกล้ถนนชาร์ลี บี. จอห์นสัน โรด เขาระบุว่าเจ้าหน้าที่กดเขาลงกับพื้น ใช้ปืนช็อตไฟฟ้า และจับกุมจากประเด็นการคาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งที่เหตุเกิดในพื้นที่เอกชน ต่อมาข้อกล่าวหาทั้งหมดถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2023

ในเดือนกันยายน 2024 เมอร์เคอร์สันฟ้องนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากเหตุจับกุมดังกล่าว คดีนั้นยุติลงในเวลาต่อมาโดยไม่มีการพิจารณาใหม่ และเอกสารฟ้องคดีล่าสุดระบุว่าการยุติคดีเดิมไม่ได้ครอบคลุมข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้กล้อง Flock ส่วนเจ้าหน้าที่สองคนที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมครั้งแรกไม่ได้ถูกระบุเป็นจำเลยในคดีใหม่

ชายจอร์เจียอ้างตำรวจใช้กล้อง Flock ติดตามหลังฟ้องนายอำเภอ เกิดอะไรขึ้น

เมอร์เคอร์สันบอกว่า เขาเพิ่งทราบเรื่องการค้นหาข้อมูลรถยนต์ Toyota Camry ปี 2024 ของตนเองหลังคดีเดิมสิ้นสุดลง โดยตรวจพบข้อมูลจากเว็บไซต์ HaveIBeenFlocked.com ซึ่งเผยแพร่บันทึกการใช้งานระบบ Flock ที่ได้มาจากคำขอข้อมูลสาธารณะ

ตามเอกสารฟ้องร้อง บันทึกดังกล่าวแสดงช่วงเวลาการเฝ้าติดตามนาน 197 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2025 ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 และพบการค้นหาที่เชื่อมโยงกับสำนักงานนายอำเภอเคาน์ตีโควตาจำนวนห้าครั้ง การค้นหาแต่ละครั้งสามารถเข้าถึงเครือข่ายกล้องของหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศมากกว่า 6,000 แห่ง

มีการเปิดเผยรายละเอียดของการค้นหาเพียงสองครั้ง โดยผู้ใช้งานถูกระบุด้วยชื่อย่อว่า r.fau และ w.fau ซึ่งคำฟ้องอ้างว่าอาจตรงกับแรนดัลล์ ฟอล์กเนอร์ และวิลเลียม ฟอล์กเนอร์ ส่วนการค้นหาอีกสามครั้งยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ เหตุผลที่กรอกในระบบสำหรับการค้นหาที่เปิดเผยมีเพียงคำว่า “info” และตัวเลข “37”

  • ช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่าติดตาม: 197 วัน
  • จำนวนการค้นหาที่เชื่อมโยงกับสำนักงานนายอำเภอ: 5 ครั้ง
  • เครือข่ายกล้องที่เข้าถึงต่อการค้นหา: มากกว่า 6,000 แห่ง
  • เหตุผลที่ระบุในระบบ: “info” และ “37”

กฎหมายของรัฐจอร์เจียอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลป้ายทะเบียนเพื่อสืบสวนความผิดหรือกิจกรรมที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นผู้เริ่มต้นเท่านั้น คำฟ้องจึงโต้แย้งว่าเหตุผลอย่าง “info” และ “37” ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงคดี เหตุการณ์ หรือการแจ้งเหตุใด ๆ และอาจสะท้อนว่าระบบเปิดให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลแบบใดก็ได้โดยไม่มีการตรวจสอบที่เพียงพอ

นอกจากประวัติการค้นหาในระบบ เมอร์เคอร์สันยังกล่าวว่าเขาสังเกตเห็นรถของนายอำเภอในบริเวณใกล้บ้านบ่อยขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่จอดรถใกล้ถนนทางตันและบริเวณธุรกิจของเขา เขาระบุว่าความกังวลนี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันและความรู้สึกปลอดภัย จนต้องยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับหน่วยงานตำรวจแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาที่ยังต้องผ่านการพิสูจน์ในศาล

ข้อกังวลเรื่องการใช้กล้อง Flock และสิทธิความเป็นส่วนตัว

คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงเกี่ยวกับระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูลว่ารถคันหนึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ใดและในช่วงเวลาใด แม้เทคโนโลยีดังกล่าวอาจช่วยติดตามรถที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม แต่การค้นหาโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนอาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงขอบเขตอำนาจของเจ้าหน้าที่และการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ก่อนหน้านี้ มีผู้หญิงในรัฐโคโลราโดยื่นฟ้อง Flock และเมืองสองแห่ง หลังข้อมูลจากระบบนำไปสู่การกล่าวหาว่าเธอขโมยพัสดุ ทั้งที่เธอไม่ได้ก่อเหตุ ขณะเดียวกัน ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในรัฐโอคลาโฮมาเคยตัดหลักฐานจากการค้นหาข้อมูลป้ายทะเบียนโดยไม่มีหมายค้น พร้อมระบุว่าการดำเนินการลักษณะนี้อาจเป็นการเฝ้าระวังมวลชนแบบเลือกปฏิบัติ

Flock เคยระบุว่า การค้นหาทุกครั้งถูกบันทึกถาวรและเชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้งานรายบุคคล บริษัทจึงเห็นว่าผู้ที่ใช้ระบบในทางมิชอบควรถูกสอบสวนและรับผิดชอบ นอกจากนี้ บริษัทประกาศมาตรการให้ใช้รหัสคดีและเครื่องมือตรวจจับการใช้งานผิดวัตถุประสงค์เป็นข้อบังคับ รวมถึงลดระยะเวลาเก็บข้อมูลเริ่มต้นจาก 30 วันเหลือ 7 วัน

สำนักงานนายอำเภอเคาน์ตีโควตาเคยประกาศว่าการตรวจสอบภายในพบความผิดปกติในบัญชีผู้ใช้งาน Flock หลายบัญชี และมีเจ้าหน้าที่สามคนลาออกก่อนการตรวจสอบหรือการสอบสวนภายในจะเสร็จสิ้น หน่วยงานยังขอให้สำนักงานสืบสวนรัฐจอร์เจียเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อบุคคลหรือรายละเอียดของกิจกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกต

ขณะนี้ศาลยังไม่ได้อนุมัติให้คดีของเมอร์เคอร์สันเดินหน้าต่อในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม และ Flock รวมถึงจำเลยจากเคาน์ตีโควตายังไม่ได้แสดงความเห็นต่อข้อกล่าวหานี้อย่างเป็นทางการ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตรวจสอบว่าการค้นหาทั้งหมดมีเหตุผลทางกฎหมายจริงหรือไม่ และระบบมีมาตรการป้องกันการใช้งานเพื่อกลั่นแกล้งหรือแก้แค้นเพียงพอหรือเปล่า

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยควรมาพร้อมความโปร่งใส การตรวจสอบอิสระ และการคุ้มครองสิทธิประชาชน หากคุณสนใจประเด็นความเป็นส่วนตัว ควรติดตามผลคดีและเรียกร้องให้หน่วยงานเปิดเผยนโยบายการใช้กล้องอย่างชัดเจน

ที่มา – Georgia Man Says Deputies Used Flock Cameras to Track Him After He Sued Sheriff

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *