ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่
เหตุการณ์สลดใจจากกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่คนเมืองต้องกลับมาทบทวนเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างจริงจังครับ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาทางผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้ โดยรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 27 ราย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก
ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้ข้อมูลว่าปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการเอาชีวิตรอดของผู้คนในร้านคือ สิ่งกีดขวางบริเวณทางหนีไฟ แม้ว่าจะมีทางออกสำรอง แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการวางเก้าอี้พลาสติก กล่องเครื่องดื่ม หรือแม้แต่การตั้งโต๊ะขายของขวางกั้นไว้ ทำให้ผู้ประสบเหตุหลายคนไม่สามารถออกมาได้ทันท่วงทีจนเกิดการสำลักควันในที่สุด
ในมุมมองของกทม. ทางผู้ว่าฯ ได้พยายามหามาตรการรัดกุมมากขึ้น ทั้งนี้ ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
แนวทางการแก้ปัญหาและข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการ
- การปรับปรุงกฎหมาย: กทม. เตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนิยาม “สถานบริการ” ให้ครอบคลุมทุกที่ ไม่ใช่แค่ในโซนนิ่งเดิมๆ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย
- มาตรการสุ่มตรวจ: จะมีการสุ่มตรวจให้เข้มข้นขึ้นในทั้ง 50 เขต โดยเน้นตรวจสภาพการใช้งานจริงในยามค่ำคืน ไม่ใช่แค่การตรวจตามเช็คลิสต์ในช่วงกลางวัน
- ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ: หากตรวจพบการละเลยหรือฝ่าฝืน กทม. พร้อมที่จะใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาดรวมถึงการสั่งปิดกิจการ
สำหรับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่รักการสังสรรค์ นี่เป็นเรื่องที่ควรตระหนักไว้เสมอครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราก้าวขาเข้าไปในร้านอาหารหรือสถานบันเทิง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่แค่การจับจองโต๊ะที่วิวดี แต่คือการมองหา ทางหนีไฟ ว่าอยู่ตรงไหนและมีสิ่งของกีดขวางหรือไม่ เพราะความปลอดภัยของเราเริ่มที่ตัวเราเองก่อนเสมอครับ
ในแง่ของเทคนิคและการจัดการร้านค้าในอนาคต เทคโนโลยีอย่างเซนเซอร์ตรวจจับควันหรือระบบสปริงเกอร์อัตโนมัติควรถูกนำมาเป็นมาตรฐานหลักที่บังคับใช้ในทุกอาคาร ไม่ควรมีข้ออ้างใดๆ เรื่องการทำเลที่ตั้งหรือกฎหมายที่ล้าสมัยมาเป็นเหตุผลให้ผู้ประกอบการละเลยความปลอดภัยของลูกค้าอีกต่อไป
เหตุการณ์ ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่ นี้จะเป็นกรณีตัวอย่างสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลความปลอดภัยในกรุงเทพมหานครให้ยกระดับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น เราในฐานะประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นความไม่ปลอดภัย แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางต่างๆ ได้ทันทีครับ
