จีนผลักดัน AI สู่โลกกว้าง พ้นการควบคุมของสหรัฐฯ

จีนผลักดัน AI สู่โลกกว้าง พ้นการควบคุมของสหรัฐฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนได้สร้างความฮือฮาด้วยการปรากฏตัวในงานประชุม AI ระดับโลกที่เซี่ยงไฮ้ โดยเน้นย้ำถึงแนวคิดที่ว่า จีนต้องการเห็นการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในรูปแบบโอเพนซอร์สที่เปิดกว้างและร่วมมือกันข้ามพรมแดน ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่สวนทางกับฝั่งสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจน

สี จิ้นผิง ได้กล่าวเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า AI ไม่ควรเป็นเพียงการแสดงเดี่ยวของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ควรเป็นบทเพลงประสานเสียงของความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแผนกลยุทธ์ของจีนในการดึงประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมวงโคจรของเทคโนโลยีจีนเอง โดยจีนผลักดัน AI สู่โลกกว้าง พ้นการควบคุมของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในทศวรรษหน้า

กลยุทธ์การทูต AI: จีนผลักดัน AI สู่โลกกว้าง พ้นการควบคุมของสหรัฐฯ

ปัจจุบัน จีนไม่ได้เพียงแค่เรียกร้องความร่วมมือในนาม แต่ยังได้เปิดตัว “องค์การความร่วมมือด้าน AI ระดับโลก” (World Artificial Intelligence Cooperation Organization) โดยมีสมาชิกกว่า 29 ประเทศ ทั้งบราซิลและรัสเซียเข้าร่วมด้วย การขยับตัวครั้งนี้ทำให้เห็นว่าจีนต้องการกำหนดทิศทางเทคโนโลยีโลกด้วยหลักการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น:

  • การแบ่งปันทรัพยากร AI ให้กับประเทศในกลุ่ม Global South
  • การมอบโอกาสในการฝึกอบรมทักษะ AI แก่ประเทศกำลังพัฒนาถึง 5,000 รายการใน 5 ปี
  • การสร้างศูนย์ความร่วมมือด้าน AI ในประเทศต่างๆ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากฝั่งตะวันตก

ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ พยายามใช้นโยบายกีดกันทางการค้าและจำกัดการเข้าถึงชิป Nvidia เพื่อสกัดกั้นความก้าวหน้าของจีน แต่ฝั่งจีนกลับพลิกเกมด้วยการสนับสนุนโอเพนซอร์ส ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญในซิลิคอนวัลเลย์ไม่น้อย ว่าความพยายามของสหรัฐฯ อาจส่งผลเสียต่ออำนาจต่อรองของตนเองในอนาคต หากซอฟต์แวร์ของจีนสามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกได้สำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลปักกิ่ง

แม้สี จิ้นผิง จะพูดถึงพหุภาคีนิยมอย่างสวยหรู แต่เบื้องหลังกลับมีการคุมเข้มการเข้าถึงโมเดล AI ของตนเองไม่ให้ต่างชาติแทรกแซง และสนับสนุนให้บริษัทในประเทศหันไปใช้ชิปที่ผลิตภายในจีนแทน Nvidia เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีที่สหรัฐฯ ยากจะเข้ามาแทรกแซงได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของ AI โลก การที่ประเทศเจ้าตลาดอย่างจีนพยายามดึงดูด Global South ไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจ แต่คือการวางรากฐานทางอุดมการณ์และการกำกับดูแล AI ในแบบของตนเอง ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สหรัฐฯ ต้องเร่งปรับตัวก่อนที่จะสูญเสียอิทธิพลในเวทีโลกไปอย่างถาวร

ที่มา – China’s Xi Jinping Wants AI to Be Open to the World—and Out of America’s Control

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *