คอแอลกอฮอล์เฮ! คกก.ไฟเขียว นั่งดื่มถึงตี 1 ได้แล้ว!
เพื่อนๆ นักดื่มเตรียมเฮ! ใครที่ชอบนั่งชิลล์หลังเลิกงาน หรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ตอนนี้มีข่าวดีมาบอกกันแล้วครับ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (คกก.) ได้มีการประชุมและมีมติออกมาที่น่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและสถานบันเทิงต่างๆ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พัฒนา พร้อมพัฒน์ ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังการประชุมที่ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเต็ม ว่าที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งจะมีการทดลองเป็นระยะเวลา 6 เดือน ก่อนที่จะมีการประเมินผลกันอีกครั้ง โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละจังหวัดไปศึกษาและสรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่อีกทีหนึ่งครับ
แต่ไฮไลท์สำคัญที่นักดื่มหลายคนน่าจะให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ เรื่องของการนั่งดื่มต่อหลังจากร้านปิดจำหน่ายในเวลาเที่ยงคืนครับ! ท่านรัฐมนตรีบอกว่า แม้ว่าจะไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้หลังเที่ยงคืน แต่ผู้ดื่มยังสามารถนั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง! นั่นหมายความว่า เราสามารถนั่งแฮงค์เอาท์ เม้าท์มอยกับเพื่อนๆ ได้ถึงตี 1 เลยทีเดียว! ซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาประเมินผลนะครับ
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกำหนดอื่นๆ ที่ยังคงต้องปฏิบัติตามกันอยู่นะครับ อย่างเช่น ในพื้นที่ที่กำหนดเป็นโซนนิ่ง ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎเดิม และจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 15 วัน ก่อนที่จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในต้นเดือนธันวาคมนี้ครับ ส่วนกระทรวงมหาดไทยก็กำลังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการต่างๆ อยู่ด้วย
ท่านรัฐมนตรีพัฒนายังเน้นย้ำว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบคอบในทุกๆ ด้าน ทั้งข้อกังวลและข้อเสนอแนะต่างๆ โดยยืนยันว่าไม่ได้ละเลยกระบวนการทางสาธารณสุขและการป้องกันต่างๆ แต่ต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการรักษาสุขภาพของประชาชนและการส่งเสริมเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจที่ต้องดูแลด้วย
คกก.ควบคุมแอลกอฮอล์ไฟเขียวนั่งดื่มได้ถึงตี 1 จริงไหม?
แน่นอนว่ามาตรการนี้ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล หลายคนก็แสดงความเห็นที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็เห็นด้วยเพราะมองว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ แต่บางคนก็กังวลว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุและอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทางภาครัฐเองก็ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเช่นกัน และได้มีการประเมินถึงผลกระทบต่างๆ ไว้แล้ว ท่านรัฐมนตรีพัฒนากล่าวว่า อยากให้ภาคธุรกิจได้ร่วมประเมินผลกระทบไปพร้อมกับภาครัฐด้วย เพราะจากผลการศึกษาพบว่า หากเปิดให้ดื่มถึงตี 4 สถิติการเกิดอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุก็ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่คนออกมาทำงานในตอนเช้า
แล้วเราควรทำอย่างไร?
ในฐานะผู้บริโภคและสมาชิกของสังคม เราทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้มาตรการนี้ประสบความสำเร็จได้นะครับ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ดื่มจนเกินขีดจำกัดของตัวเอง และไม่ขับขี่ยานพาหนะในขณะที่มึนเมา หากทุกคนร่วมมือกัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและสถานบันเทิง ก็ควรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ อย่างเคร่งครัด ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และไม่ส่งเสริมการดื่มที่เกินเลย นอกจากนี้ ควรจัดให้มีบริการรถแท็กซี่หรือรถโดยสารสาธารณะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
คกก.ควบคุมแอลกอฮอล์ไฟเขียวนั่งดื่มได้ถึงตี 1 ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักดื่มหลายๆ คน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การดื่มอย่างมีความรับผิดชอบและคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น เพราะท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพและความปลอดภัยของเราทุกคนสำคัญที่สุดครับ
สิ่งที่น่าจับตาต่อไปก็คือ ผลการประเมินในช่วง 6 เดือนแรกของการทดลองมาตรการนี้ จะเป็นอย่างไร? และจะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือปรับปรุงแก้ไขอะไรอีกบ้าง? เราคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดต่อไปครับ
สรุปแล้ว การผ่อนปรนให้นั่งดื่มถึงตี 1 นั้นเป็นนโยบายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม หากผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ก็อาจจะนำไปสู่การขยายเวลาให้ยาวนานขึ้น หรืออาจจะมีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต
ที่มา – คกก.ควบคุมแอลกอฮอล์ไฟเขียวนั่งดื่มได้ถึงตี 1 ย้ำร้านห้ามขายหลังเที่ยงคืน ทดลอง 6 เดือน ก่อนประเมินผล
