คพ.ลงพื้นที่ Data Center ย่านพระราม 9 เร่งหาสาเหตุกลิ่นน้ำมันที่ถูกร้องเรียน ยืนยันระดับก๊าซยังไม่เสี่ยงระเบิด
เชื่อว่าหลายคนแถวย่านพระราม 9 อาจจะเคยได้กลิ่นไม่พึงประสงค์คล้ายน้ำมันลอยมาตามลมกันบ้างใช่ไหมครับ? ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทางกรมควบคุมมลพิษได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร Data Center ในย่านนี้เป็นการด่วน หลังจากมีชาวบ้านและผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะบริเวณโรงพยาบาลพระราม 9 ร้องเรียนเข้ามาว่าได้รับกลิ่นเหม็นคล้ายสารน้ำมันหรือไอระเหยจากท่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
คพ.ลงพื้นที่ Data Center ย่านพระราม 9 เร่งหาสาเหตุกลิ่นน้ำมันที่ถูกร้องเรียน ยืนยันระดับก๊าซยังไม่เสี่ยงระเบิด
คุณจตุรงค์ อัศวโสวรรณ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการจากกรมควบคุมมลพิษ ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ให้เราสบายใจขึ้นครับ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อพักน้ำภายในพื้นที่บริษัทเพื่อนำไปส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปที่ชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดอากาศเบื้องต้นเพื่อหาต้นตอของกลิ่นที่ชาวบ้านกังวลกัน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง พบว่ามีการตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ในปริมาณเล็กน้อยประมาณ 3 ppm รวมทั้งก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือก๊าซไข่เน่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นเหม็นที่สร้างความรำคาญใจให้ชุมชน แต่จุดสำคัญที่ต้องขีดเส้นใต้คือ การตรวจสอบระดับก๊าซในพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบความเสี่ยงที่จะเกิดการระเบิดหรือติดไฟแต่อย่างใดครับ ดังนั้นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงสามารถวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าพื้นที่นี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยจากอัคคีภัยครับ
มุมมองต่อประเด็นมลพิษจาก Data Center ในเมืองใหญ่
การที่ คพ.ลงพื้นที่ Data Center ย่านพระราม 9 เร่งหาสาเหตุกลิ่นน้ำมันที่ถูกร้องเรียน ยืนยันระดับก๊าซยังไม่เสี่ยงระเบิด ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีและสำคัญมากครับ เพราะปัจจุบันเมืองไทยเรามี Data Center เกิดขึ้นมากมายท่ามกลางเขตชุมชนเมือง ซึ่งนับเป็นเรื่องใหม่สำหรับบ้านเราที่ต้องรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นน้ำมันเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม เช่น:
- มลพิษทางเสียง: จากพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
- ความร้อนสะสม: การปล่อยไอความร้อนออกจากอาคารสู่สิ่งแวดล้อมโดยรอบ
- เขม่าควันจากเครื่อง Generator: ในกรณีที่มีการทดสอบระบบไฟฟ้าสำรอง
ในมุมมองของผม นี่คือบทเรียนสำคัญที่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการระบบปิดที่ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรม Tech เติบโตไปพร้อมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืนครับ การที่ภาครัฐเริ่มขยายผลการตรวจสอบไปยังจุดอื่นๆ ถือเป็นก้าวย่างที่ดีในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
หากคุณพบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลักษณะนี้ อย่าลังเลที่จะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เพื่อที่เราจะสามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเมืองได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยที่สุด
