กองปราบเรียกสอบ ‘ป๋อง สุพรรณ’ กรรมการมูลนิธิฯ คดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ ยันไม่พบเส้นเงินเชื่อมโยง
คดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีบุคคลที่เป็นที่รู้จักในวงการพระเครื่องเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะคณะกรรมการมูลนิธิ ล่าสุด กองบังคับการปราบปรามเตรียมออกหมายเรียก เสมอ งิ้วงาม หรือ ‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระเครื่องชื่อดัง เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ภายในวันที่ 22 กันยายนนี้
การเรียกสอบครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ป๋อง สุพรรณ มีความผิดหรือเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินแต่อย่างใด แต่เป็นขั้นตอนในการรวบรวมข้อมูลของพนักงานสอบสวน เนื่องจากตรวจพบว่าป๋องมีชื่ออยู่ในคณะกรรมการมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งก่อตั้งโดย อติโชติ ทังประเสริฐ หรืออดีตหลวงพ่อโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ผู้ต้องหาในคดีที่กำลังอยู่ระหว่างการขยายผล
กองปราบเรียกสอบ ‘ป๋อง สุพรรณ’ กรรมการมูลนิธิฯ คดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ ยันไม่พบเส้นเงินเชื่อมโยง
จากข้อมูลการตรวจสอบ มูลนิธิหวันโชติมี อติโชติ เป็นประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการรวมทั้งหมด 6 คน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกคณะกรรมการมาให้ปากคำแล้ว 5 ราย โดยคำให้การของบุคคลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบและถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เหลือเพียงป๋อง สุพรรณ ซึ่งเป็นกรรมการรายสุดท้ายที่ต้องเข้าให้รายละเอียด
พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมเอกสารและข้อมูลเส้นทางการเงินจากวัดพุทไธศวรรย์ ก่อนส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบ เพื่อพิจารณาว่ามีธุรกรรมหรือการโอนเงินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลใดบ้าง
ขณะนี้ ปปง. ได้ส่งผลการตรวจสอบบางส่วนกลับมาให้พนักงานสอบสวนแล้ว โดยชุดสืบสวนของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามอยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด การตรวจสอบลักษณะนี้ต้องพิจารณาทั้งรายการโอนเงิน บัญชีธนาคาร ผู้รับผลประโยชน์ และช่วงเวลาของธุรกรรม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่รอบด้านมากที่สุด
ความสัมพันธ์ระหว่างป๋อง สุพรรณ กับอดีตเจ้าอาวาส
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง เสมอ หรือป๋อง สุพรรณ กับอติโชติ พบว่าทั้งสองมีความใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ช่วงจัดสร้างเหรียญวัตถุมงคลรุ่น ‘เหนือดวง’ ต่อมาอติโชติได้ชักชวนให้ป๋องเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการมูลนิธิหวันโชติ ความสัมพันธ์ดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเชิญป๋องมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เจ้าหน้าที่อายัดไว้และส่งให้ ปปง. พิจารณาในเบื้องต้น ยังไม่พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงป๋อง สุพรรณ การยืนยันข้อมูลส่วนนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยแยกแยะระหว่างการมีชื่อเป็นกรรมการหรือรู้จักกับผู้ต้องหา กับการมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกรรมที่ถูกกล่าวหา
ประเด็นที่เจ้าหน้าที่ยังให้ความสนใจคือวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ ว่าดำเนินการตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบว่ามีการใช้มูลนิธิเป็นช่องทางในการรับ โอน หรือหมุนเวียนเงินบริจาคหรือไม่ การตรวจสอบจะครอบคลุมเอกสารการจัดตั้ง บัญชีรายรับรายจ่าย รายการบริจาค และกิจกรรมต่าง ๆ ที่มูลนิธิจัดขึ้น
คดีวัดพุทไธศวรรย์อยู่ระหว่างขยายผล
คดีนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่จับกุม อติโชติ ทังประเสริฐ หรืออดีตพระครูอุทัยบุญญาวัตร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ ‘สีกาเอ๋’ ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ของวัด มูลค่าความเสียหายถูกระบุว่าอยู่ในระดับหลายร้อยล้านบาท โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบพยานหลักฐานและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับผู้ติดตามข่าว ควรแยกให้ออกระหว่างข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่เปิดเผยแล้ว กับประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน การถูกเรียกให้ข้อมูลไม่ได้เท่ากับการตกเป็นผู้ต้องหา และผู้ที่ถูกพาดพิงยังคงได้รับสิทธิในการชี้แจงตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ภาพรวมของคดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการเงินบริจาคและการทำงานของมูลนิธิจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบที่โปร่งใส โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาและเงินทำบุญของประชาชน ความคืบหน้าหลังจากป๋อง สุพรรณ เข้าให้ข้อมูลอาจช่วยให้สังคมเห็นภาพความสัมพันธ์ของบุคคลต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น แต่สุดท้ายต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนสรุปว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในระดับใด
ข้อควรรู้สำหรับคนติดตามข่าว:
- กองปราบเรียกสอบ ‘ป๋อง สุพรรณ’ ในฐานะกรรมการมูลนิธิหวันโชติ
- เจ้าหน้าที่ระบุว่าเบื้องต้นยังไม่พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงป๋อง สุพรรณ
- ปปง. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- คดีหลักเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์
ท้ายที่สุด ข่าวกองปราบเรียกสอบ ‘ป๋อง สุพรรณ’ กรรมการมูลนิธิฯ คดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ ยันไม่พบเส้นเงินเชื่อมโยง เป็นอีกกรณีที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเป็นระบบ ผู้อ่านควรติดตามความคืบหน้าจากผลสอบอย่างเป็นทางการ และหลีกเลี่ยงการตัดสินบุคคลจากกระแสข่าวเพียงด้านเดียว เพราะข้อเท็จจริงสุดท้ายต้องยึดหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก
ที่มา – กองปราบเรียกสอบ ‘ป๋อง สุพรรณ’ กรรมการมูลนิธิฯ คดียักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ ยันไม่พบเส้นเงินเชื่อมโยง
