กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่ เรียกร้องหยุดใช้ทุ่นระเบิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา
เมื่อไม่นานมานี้ เหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณปราสาทตาเมือนธม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ได้สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลอย่างมากทั้งในวงการทหารและประชาชนทั่วไป พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาให้ข้อมูลชี้ขาดเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่ เรียกร้องหยุดใช้ทุ่นระเบิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา อย่างเด็ดขาด
กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่
จากข้อมูลที่กองทัพบกไทยได้ตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าทุ่นระเบิดที่ใช้ในเหตุการณ์ล่าสุดนี้เป็นชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นรุ่นที่กัมพูชามักจะนำมานำวางในพื้นที่สงครามในอดีตเพื่อทำลายชีวิตทหารไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับทุ่นระเบิดเก่าที่มีมาแต่สมัยสงครามเวียดนาม ทุ่น PMN-2 คือทุ่นระเบิดป้องกันทหารบกสมัยใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายชีวิต ไม่ใช่เพื่อโจมตียานยนต์ ทำให้ถ้อยคำของฝ่ายกัมพูชาในการอ้างว่า “เป็นวัตถุระเบิดตกค้างจากการทำสงครามในอดีต” ดูไร้เหตุผลอย่างชัดเจน
หลักฐานพบ “ทุ่น PMN-2 อีกหลายลูก” เพิ่งติดตั้งใหม่
กองทัพบกได้ระบุอย่างชัดเจนว่าในพื้นที่เกิดเหตุมีการวางทุ่นระเบิดชนิดนี้ไว้อีก 3–5 ลูก ซึ่งอยู่ในสภาพใหม่มาก ไม่ใช่เศษซากจากสงครามเก่าแก่ นี่ยืนยันว่ามีการเคลื่อนไหวโดยตรงจากฝ่ายกัมพูชาเพื่อนำทุ่นระเบิดมาซ่อนและใช้งานจริงในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง โดยไม่มีเจตนารมณ์ที่จะหยุดยิงตามคำตกลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์การใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชานานาปีที่ผ่านมา ซึ่งเคยนำ PMN-2 มาใช้โจมตีทหารไทยอยู่หลายครั้ง จนกลายเป็นเรื่องที่เกินความทน กลายเป็นภัยคุกคามสุดท้ายที่ประเทศไทยไม่อาจมองข้ามได้
- กองทัพบกยืนยันว่า ทุ่นระเบิดที่พบไม่ใช่ของเก่า แต่ติดตั้งใหม่
- ข้อมูลชี้ชัดว่ามีการวางทุ่น PMN-2 จำนวนมากในจุดใกล้เคียง
- ข้ออ้างของกัมพูชาไม่มีน้ำหนัก หลักฐานชี้ถึงการกระทำโดยตรง
ไทยเรียกร้องให้หยุดใช้ทุ่นระเบิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา
เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจก่อให้เกิดสละคูณมากไปกว่านี้ ฝ่ายไทยจึงได้เรียกร้องให้กัมพูชาหยุดนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ และต้องดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงที่คณะกรรมการชายแดนไทย–กัมพูชา (GBC) ตกลงกันเมื่อไม่นานมานี้ ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามเผยแพร่ข่าวปลอม รวมถึงต้องยุติการใช้อาวุธทุ่นระเบิดอย่างเด็ดขาด
อนุสัญญาออตตาวา ซึ่งกัมพูชาได้ให้สัตญาไว้ตั้งแต่ปี 2542 เองก็เป็นหนึ่งในคำมั่นที่สนับสนุนให้ฝ่ายทหารทั่วโลกยุติการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล อย่างไรก็ตาม หากแท้จริงแล้วมีผู้ลงนามซ้ำซ้อนในความยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังมีการนำไปใช้โดยไม่มีความรับผิดชอบ เช่นกรณีนี้ ก็เป็นการดูหมิ่นต่อเจตนารมณ์ของจรรยาบรรณโลกใบใบนี้อย่างแท้จริง
แม้ว่าเหตุการณ์ล่าสุดจะสะเทือนขวัญ แต่ Battalion ก็ยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะแก้ไขปัญหาในทางสันติวิธี ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และหลักการสากล การใช้ความรุนแรงหรือโทษทางทหารเพื่อตอบโต้ หากยังหาทางออกร่วมกันไม่ได้ อาจเป็นการใส่น้ำมันให้ไฟที่เพิ่งเริ่มลุกลาม
สิ่งที่ผู้คนทั่วไปควรรับรู้คือ ความยุติธรรมไม่อาจใช้สุนทรพจน์กั้น และการก้าวไปข้างหน้าในยุคใหม่นี้ต้องใช้ “ความจริง” เป็นต้นแบบด้วย ทั้งการยุติการใช้ทุ่นระเบิด และการที่ทุกฝ่ายต้องยึดมั่นในข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
สรุปและ Call to Action
เหตุการณ์ล่าสุดควรเป็นบทพิสูจน์ว่าการเผชิญหน้าที่แท้จริงอาจไม่ใช่เพียงการใช้อาวุธ แต่บางครั้ง “คำพูด” ก็สามารถเป็นอาวุธโจมตีความเชื่อมั่นของสากลโลกได้ เช่นเดียวกับการใช้ทุ่นระเบิดเดิมๆ มาวางซ้ำและหลอกลวงประชาชน
กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่ เรียกร้องหยุดใช้ทุ่นระ็บิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา เป็นคำเตือนอันสำคัญให้อดทนต่อความ𝑔ຳกวດที่ไม่รู้จบ และร่วมกันผลักดันให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใส การพัฒนาระบบส่วยสู่ความเป็นสันติอย่างแท้จริง ระหว่างประเทศ และที่สำคัญที่สุด คือการเคารพกฎหมายที่เรา “ให้คำมั่น” ไว้ร่วมกัน
หากคุณเห็นด้วยกับการผลักดันสันติภาพบนชายแดนไทย – กัมพูชา อย่าลืมแชร์ข่าวนี้เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ และสนับสนุนการตัดสินใจที่ยึดมั่นหลักสากล