กลุ่ม ส.ก.ทีมคนทำงาน เรียกร้องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋วรถไฟฟ้าแพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ หลายคนต้องเคยเจอสถานการณ์ใจหายตอนแตะบัตรผ่านประตูรถไฟฟ้ากันบ้างนะครับ โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวเลขหักออกจากบัตรแต่ละวันที่ไม่น้อยเลย วันนี้ผมจึงอยากชวนมาอัปเดตประเด็นร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อกลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อิสระ ในนาม ‘ทีมคนทำงาน’ ได้ออกมาเปิดประเด็นสำคัญที่กระทบกระเป๋าเงินพวกเราทุกคน นั่นคือการที่ กลุ่ม ส.ก.ทีมคนทำงาน เรียกร้องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋วรถไฟฟ้าแพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72 เพื่อให้แน่ใจว่าอนาคตการเดินทางของเราจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
กลุ่ม ส.ก.ทีมคนทำงาน เรียกร้องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋วรถไฟฟ้าแพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
ทางคุณวิพุธ ศรีวะอุไร ตัวแทนกลุ่มทีมคนทำงาน ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจมากครับว่า เมื่อเปรียบเทียบค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ กับค่าแรงขั้นต่ำแล้ว เราอยู่ในจุดที่สูงกว่าเมืองชั้นนำอื่นๆ อย่างสิงคโปร์หรือโซลอย่างเห็นได้ชัด งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวยหรือคนจน แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ควรเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคนครับ ลองคิดเล่นๆ ดูนะครับว่าถ้าเราเดินทางจากคูคตหรือบางหว้าเพื่อเข้ามาทำงานในเมือง เราต้องเสียเงินถึง 130 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นภาระทางการเงินที่หนักหนาสาหัสสำหรับคนทำงานทั่วไปจริงๆ
ปัญหาเร่งด่วนที่รอการแก้ไข
นอกเหนือจากเรื่องค่าตั๋วที่แพงหูฉี่แล้ว สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือสัญญาสัมปทานสายหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาฯ-สะพานตากสิน) ซึ่งจะหมดอายุลงในปี 2572 นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ ทุกคนต้องมีคำตอบครับ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมีการวางแผนระยะยาว เพราะเรายังมีสัญญาจ้างเดินรถ (O&M) ที่ผูกพันยาวไปจนถึงปี 2585 อีกด้วย การที่ทีมคนทำงานตั้งคำถามว่าใครมีแผนรับมือเรื่องนี้อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องและตรงจุดที่สุดครับ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อคนเมือง?
- การเข้าถึงบริการขนส่งมวลชน: ค่าตั๋วที่ถูกลงจะช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มโอกาสให้คนใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อปัญหาจราจรและสิ่งแวดล้อม
- ความชัดเจนของนโยบาย: เราต้องการผู้ว่าฯ ที่กล้าตัดสินใจและมีแนวทางจัดการสัญญาที่โปร่งใส
- อนาคตหลังปี 2572: ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่เน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
ส่วนตัวผมมองว่า แนวคิด กลุ่ม ส.ก.ทีมคนทำงาน เรียกร้องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋วรถไฟฟ้าแพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72 ครั้งนี้ เป็นการจุดประเด็นที่สร้างสรรค์และสะท้อนความต้องการของคนเมืองได้ชัดเจนมาก ในฐานะผู้ใช้งาน พวกเราควรสนับสนุนให้ผู้สมัครทุกคนแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเรื่องการคุมราคาค่าโดยสารและการบริหารจัดการสัญญาที่กำลังจะหมดลง เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ไม่ต้องแบกรับภาระที่เกินความจำเป็นอีกต่อไปครับ ถึงเวลาที่เราต้องทวงถามถึงความคุ้มค่าและความเป็นธรรมในการเดินทางกันเสียที
