กรมอุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-ภาคใต้-กทม. ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-ภาคใต้-กทม. ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลายพื้นที่มีโอกาสพบฝนตกหนักถึงหนักมากในบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้ภูเขา ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และชุมชนเมืองที่มีระบบระบายน้ำจำกัด
รายงานสภาพอากาศระบุว่า วันนี้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้เป็นบางพื้นที่ โดยมักพบมากบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมถึงตอนล่างของภาคตะวันออก ประชาชนควรวางแผนการเดินทางเผื่อเวลา และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-ภาคใต้-กทม. ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
สาเหตุสำคัญมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขณะเดียวกันลมฝ่ายตะวันออกยังพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ เมื่อมวลอากาศหลายระบบทำงานร่วมกัน จึงทำให้แนวร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ส่งผลให้ฝนเพิ่มขึ้นและมีโอกาสตกหนักในหลายจังหวัด
พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
มี 30 จังหวัดที่ควรติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี
ภาคกลางประกอบด้วยอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่ภาคใต้มีชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง และพังงา
สำหรับช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม คาดว่าภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยบางแห่งอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวควรตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางผ่านเชิงเขา สะพานข้ามลำคลอง และถนนที่เคยเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ
ข้อควรระวังเมื่อต้องเดินทางช่วงฝนตก
- หลีกเลี่ยงการขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม หากไม่ทราบระดับความลึกของน้ำ
- ตรวจสอบสภาพรถ ระบบเบรก ยางรถยนต์ และไฟส่องสว่างก่อนออกเดินทาง
- ลดความเร็วและเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเมื่อถนนเปียกลื่น
- ไม่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อดินถล่ม
- เตรียมโทรศัพท์สำรอง แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว และเอกสารสำคัญไว้ในถุงกันน้ำ
นอกจากฝนตกหนักแล้ว ทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากฝั่ง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีพายุฝน หากพบสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควรนำเรือกลับเข้าฝั่งหรือหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยโดยเร็ว
ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 24-26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส โดยมีลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็วประมาณ 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในมุมของคนเมือง ฝนตกหนักไม่ได้กระทบเฉพาะการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต การทำงานจากที่บ้าน และการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ที่ต้องทำงานหรือเรียนออนไลน์ควรเตรียมอินเทอร์เน็ตสำรอง และชาร์จอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม ขณะที่ผู้ใช้รถยนต์ควรติดตามข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์เพื่อหลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมขัง
กรมอุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-ภาคใต้-กทม. ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน จึงเป็นสัญญาณให้ทุกคนเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ควรรอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงเริ่มรับมือ การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ การจัดกระเป๋าฉุกเฉิน และการวางแผนเส้นทางสำรอง จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้มาก
คำแนะนำสำคัญ: หากบ้านอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำ ควรยกของขึ้นที่สูง ทำความสะอาดทางระบายน้ำ และพูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับจุดนัดพบฉุกเฉิน ติดตามประกาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ความพร้อมของทุกคนจะช่วยให้ผ่านช่วงฝนหนักไปได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ที่มา – กรมอุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-ภาคใต้-กทม. ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
