กทม. เคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าใน 3 วัน ด้วยแผนโลจิสติกส์

หลังสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลาย ภารกิจสำคัญที่ตามมาคือการฟื้นฟูพื้นที่และจัดการขยะตกค้างที่ประชาชนนำออกมากองไว้หน้าบ้านและบริเวณปากซอย โดยเฉพาะชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งมีขยะจำนวนมากจนส่งผลต่อการเดินทาง การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานด้วยตัวเอง พร้อมกำหนดเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์ขยะทั้งหมดภายใน 3 วัน การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาหลังน้ำท่วมไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด แต่ยังต้องอาศัยการวางแผน การประสานงาน และกำลังคนจำนวนมาก เพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

กทม. เคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าใน 3 วัน ด้วยระบบโลจิสติกส์

จุดท้าทายของเคหะร่มเกล้าคือโครงสร้างพื้นที่ที่มีซอยย่อยจำนวนมากและมีลักษณะคล้ายก้างปลา รถเก็บขยะขนาดใหญ่จึงไม่สามารถวิ่งเข้าไปถึงทุกจุดได้ หากใช้รถขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว อาจทำให้การทำงานล่าช้าและกระทบต่อการสัญจรของคนในพื้นที่ กทม. จึงนำแนวคิดด้านโลจิสติกส์มาปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพชุมชน

แผนการทำงานแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ขั้นตอนแรกคือการใช้กำลังคนชักลากและลำเลียงขยะจากซอยแคบออกมายังจุดรวบรวม ขั้นตอนที่สองใช้รถดัมพ์หรือรถบรรทุกขนาด 6–10 ล้อ ขนขยะจากจุดรวบรวมไปยังจุดเทรวม และขั้นตอนสุดท้ายใช้รถเทรลเลอร์ขนาดประมาณ 30 ตัน ขนย้ายขยะไปกำจัดยังปลายทาง วิธีนี้ช่วยให้เครื่องจักรแต่ละประเภททำงานในพื้นที่ที่เหมาะสม ลดการติดขัด และทำให้การขนย้ายเป็นระบบมากขึ้น

ระดมกำลังหลายหน่วยงาน แบ่งพื้นที่ทำงาน 4 โซน

ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมโยธาธิการและผังเมือง โซนที่ 2 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. โซนที่ 3 โดยกรุงเทพมหานครและกองทัพไทย และโซนที่ 4 โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กทม. ระดมเจ้าหน้าที่ประมาณ 500–600 นายเข้าปฏิบัติงาน พร้อมใช้ระบบบัดดี้เพื่อดึงกำลังพลจากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ามาช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่จากเขตบางแค ธนบุรี บางขุนเทียน และพระนคร ร่วมกันลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้จะช่วยยกและลำเลียงขยะจากซอยย่อย ซึ่งเป็นจุดที่รถหรือเครื่องจักรหนักของ ปภ. ไม่สามารถเข้าถึงได้

นอกจากทีมจัดเก็บขยะแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้รถบรรทุกเข้าออกได้อย่างปลอดภัย การจัดการจราจรถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะการใช้รถหลายขนาดในพื้นที่ชุมชนอาจทำให้เกิดคอขวด หากไม่มีผู้ดูแลเส้นทางอย่างใกล้ชิด การขนขยะอาจสะดุดและกระทบประชาชนมากกว่าเดิม

เป้าหมายสำคัญคือเคลียร์กองขยะให้หมดภายใน 3 วัน

ข้อมูลจากการลงพื้นที่ระบุว่า ยังมีกองขยะขนาดใหญ่ที่ต้องเร่งจัดเก็บประมาณ 33 กอง และมีกองขยะริมถนนสายหลักอีก 11 กอง ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงปริมาณงานที่ต้องเร่งดำเนินการภายในเวลาจำกัด การกำหนดเส้นตาย 3 วันจึงต้องอาศัยทั้งการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน การจัดลำดับความสำคัญ และการติดตามผลแบบต่อเนื่อง

ในมุมของประชาชน การที่ กทม. เคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าใน 3 วัน ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำขยะออกจากถนนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัย ลดกลิ่นรบกวน ป้องกันสัตว์พาหะ และทำให้เส้นทางเข้าออกชุมชนกลับมาใช้งานได้สะดวกขึ้น หลังน้ำท่วม ขยะบางส่วนอาจปะปนกับเศษวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของที่เสียหายจากน้ำ จึงจำเป็นต้องใช้ทั้งแรงงานคนและเครื่องจักรที่เหมาะสมในการจัดเก็บ

ภารกิจนี้ยังสะท้อนบทบาทของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม โดยเฉพาะพนักงานกวาดถนนหญิงที่ต้องเข้ามาช่วยจัดการขยะชิ้นใหญ่ ซึ่งไม่ใช่งานตามภารกิจปกติ การทำงานท่ามกลางกลิ่น ความชื้น และสภาพพื้นที่ที่ยังไม่เรียบร้อยต้องใช้ความอดทนสูง การขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเร่งขนย้ายขยะ

บทเรียนจากปัญหาซอยแคบกับการจัดการเมือง

เหตุการณ์ที่เคหะร่มเกล้าทำให้เห็นว่า การบริหารจัดการเมืองจำเป็นต้องออกแบบตามสภาพจริงของแต่ละพื้นที่ ไม่สามารถใช้เครื่องมือหรือวิธีการเดียวกันกับทุกชุมชนได้ พื้นที่ซอยกว้างอาจใช้รถเก็บขยะขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ซอยแคบต้องอาศัยการขนถ่ายหลายช่วงและการประสานงานที่ละเอียดกว่าเดิม

ในอนาคต การใช้ข้อมูลแผนที่ดิจิทัล ระบบติดตามรถแบบเรียลไทม์ และการบันทึกปริมาณขยะในแต่ละจุด อาจช่วยให้หน่วยงานวางแผนได้แม่นยำขึ้น หากมีฐานข้อมูลว่าจุดใดเป็นซอยตัน จุดใดมีความกว้างจำกัด หรือจุดใดมีขยะสะสมมาก เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถส่งกำลังคนและยานพาหนะได้ตรงกับความต้องการ ลดเวลาและลดการเดินรถซ้ำซ้อน

สำหรับประชาชน การร่วมมือหลังจากเจ้าหน้าที่เริ่มเคลียร์พื้นที่ก็มีความสำคัญเช่นกัน ควรแยกขยะที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ออกจากขยะทั่วไป ไม่กองขยะเพิ่มในเส้นทางที่กำลังปฏิบัติงาน และติดตามประกาศของเขตเกี่ยวกับวันและจุดทิ้งขยะขนาดใหญ่ การช่วยกันรักษาพื้นที่หลังการเก็บกวาดจะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการรอให้เจ้าหน้าที่กลับมาแก้ปัญหาซ้ำ

การทำงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าข่าวการเก็บขยะ แต่เป็นภาพสะท้อนของการจัดการวิกฤตในเมืองใหญ่ ตั้งแต่การระดมกำลังคน การใช้เครื่องจักรให้เหมาะกับพื้นที่ ไปจนถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงาน หาก กทม. สามารถนำบทเรียนจากเคหะร่มเกล้าไปพัฒนาระบบรับมือหลังน้ำท่วมได้ ก็จะช่วยให้การฟื้นฟูชุมชนในอนาคตรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น

สุดท้าย เป้าหมาย กทม. เคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าใน 3 วัน จะสำเร็จได้ดีที่สุดเมื่อหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ และประชาชนเดินไปในทิศทางเดียวกัน การติดตามผลอย่างโปร่งใสและการสื่อสารข้อมูลที่รวดเร็วจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการรับมือปัญหาขยะหลังภัยพิบัติในพื้นที่อื่นต่อไป

ที่มา – กทม. ระดม 600 ชีวิตลุยสางขยะตกค้าง ‘เคหะร่มเกล้า’ ชูแผนโลจิสติกส์แก้ปมซอยแคบ ‘ชัชชาติ’ ขีดเส้น 3 วันเคลียร์จบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *