กทม. ระดมกำลังเร่งเคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าหลังน้ำลด ชี้ซอยแคบ-ขยะเพิ่มทุกวัน อุปสรรคใหญ่ เร่งเปิดทางให้ประชาชน
หลังระดับน้ำในพื้นที่ลาดกระบังเริ่มลดลง ภารกิจสำคัญที่ตามมาคือการเร่งฟื้นฟูชุมชนและจัดการขยะจำนวนมหาศาลที่ตกค้าง โดยเฉพาะบริเวณเคหะร่มเกล้า ซึ่งประชาชนทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนและนำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน รวมถึงสิ่งของที่เสียหายจากน้ำท่วมออกมาทิ้งอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้ขยะเพิ่มขึ้นทุกวัน และกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและการเข้าถึงบ้านของประชาชน
กรุงเทพมหานคร หรือ กทม. จึงบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ เพื่อเร่งเก็บ ขนย้าย และเปิดเส้นทางในชุมชนให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงรถขยะเท่านั้น แต่ยังต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากในการลากและยกขยะจากซอยแคบออกมายังถนนสายหลัก ก่อนส่งต่อให้เครื่องจักรและรถบรรทุกดำเนินการ
กทม. ระดมกำลังเร่งเคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าหลังน้ำลด ชี้ซอยแคบ-ขยะเพิ่มทุกวัน อุปสรรคใหญ่ เร่งเปิดทางให้ประชาชน
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการทำงานบริเวณชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยระบุว่าหลังน้ำลด ประชาชนเริ่มนำสิ่งของที่เสียหายออกมาทิ้งมากขึ้น ปริมาณขยะจึงไม่ได้ลดลงตามระดับน้ำ แต่กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายคือเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะหากขยะกองสะสมอยู่บนถนนนานเกินไป อาจส่งผลต่อสุขอนามัย การสัญจร และการฟื้นฟูชีวิตประจำวันของคนในชุมชน
หนึ่งในแนวทางที่ กทม. นำมาใช้คือการจัดตั้งจุดพักขยะชั่วคราวให้ใกล้กับพื้นที่ชุมชนมากที่สุด วิธีนี้ช่วยลดระยะทางที่รถขยะต้องเดินทางไปยังจุดทิ้งขยะส่วนกลาง ทำให้รถสามารถกลับมาทำรอบเก็บขยะได้เร็วขึ้น และรองรับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่าเดิม หากแนวทางดังกล่าวได้ผล กทม. มีแผนปรับใช้กับพื้นที่อื่นในทุกเขตที่ประสบปัญหาขยะหลังน้ำลดด้วย
ซอยแคบทำงานยาก ต้องใช้กำลังคนแทนเครื่องจักร
แม้จะมีรถบรรทุก รถตักดิน และรถหนีบขยะเข้ามาสนับสนุน แต่พื้นที่เคหะร่มเกล้ามีซอยย่อยจำนวนมากที่ค่อนข้างแคบ รถขนาดใหญ่จึงไม่สามารถเข้าไปถึงด้านในได้ เจ้าหน้าที่ต้องจอดรถไว้บริเวณถนนสายหลัก แล้วใช้แรงงานคนขน ลาก หรือดึงขยะออกมาจากซอยทีละส่วน ขั้นตอนนี้ใช้เวลามากและต้องอาศัยกำลังคนจำนวนมาก โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ที่มีน้ำหนักมากและอาจปิดกั้นทางเข้าออกบ้าน
กทม. ได้รับการสนับสนุนกำลังจากผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษมีนบุรี รวมถึงกำลังพลจากกองทัพ เพื่อช่วยภารกิจขนย้ายขยะ การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะปริมาณขยะในแต่ละวันยังสูงกว่าขีดความสามารถในการจัดเก็บตามปกติ หากสามารถเพิ่มทีมปฏิบัติงานได้ ก็จะช่วยให้การเคลียร์ซอยย่อยรวดเร็วขึ้น และลดเวลาที่ประชาชนต้องอยู่ท่ามกลางกองขยะ
จุดที่น่าเป็นห่วงคือซอยเคหะร่มเกล้า 28 ซึ่งมีกองขยะขนาดใหญ่สะสมตั้งแต่ปากซอยเข้าไปตามแนวถนนเป็นระยะทางมากกว่า 100 เมตร ขยะบางส่วนกีดขวางประตูรั้ว ทำให้เจ้าของบ้านไม่สามารถเข้าออกได้ตามปกติ ประชาชนบางรายต้องปีนข้ามกองขยะ หรือใช้แรงคนเคลื่อนย้ายที่นอนและสิ่งของขนาดใหญ่ออกไปก่อน จึงจะเปิดประตูบ้านได้
แผนเบื้องต้นของ กทม. คือเริ่มเคลียร์พื้นที่ปากซอยก่อน โดยใช้เจ้าหน้าที่ร่วมกับรถตักดินขนขยะขึ้นรถดัมป์ เมื่อเปิดทางด้านหน้าได้แล้ว จะนำรถสไลด์เข้ามายกรถที่จอดเสียหรือกีดขวางเส้นทางออก จากนั้นจึงค่อยนำเครื่องจักรเข้าไปจัดการขยะด้านในซอย การทำงานเป็นลำดับเช่นนี้ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้เครื่องมือขนาดใหญ่เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประชาชนช่วยอย่างไรให้การเก็บขยะเร็วขึ้น
กทม. ขอความร่วมมือครัวเรือนที่มีกำลังเพียงพอให้นำขยะออกมายังจุดพักหรือจุดรวบรวมที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ โดยควรแยกขยะชิ้นใหญ่ เศษวัสดุ และขยะทั่วไปเท่าที่สามารถทำได้ การจัดวางขยะให้เป็นระเบียบและไม่กีดขวางช่องทางหลักจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม หากบ้านใดไม่มีกำลังหรือมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการอาศัยอยู่ กทม. จะเร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือตามลำดับความเร่งด่วน
ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการนำขยะไปกองรวมกันในจุดที่รถฉุกเฉินหรือรถเก็บขยะต้องใช้สัญจร รวมถึงควรติดตามประกาศของสำนักงานเขตลาดกระบังและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพราะจุดพักขยะและเส้นทางการทำงานอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสภาพพื้นที่ การสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่จะช่วยลดความสับสน และทำให้การจัดเก็บขยะเป็นระบบมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กทม. ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ที่อาจทำให้น้ำกลับมาเติมในพื้นที่ หากเกิดฝนตกหนัก การเก็บขยะและการฟื้นฟูอาจล่าช้าออกไปอีก ดังนั้นการเร่งเปิดถนนสายหลักและทางเข้าออกบ้านจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้ นอกจากช่วยให้ประชาชนเดินทางได้แล้ว ยังทำให้รถพยาบาล รถกู้ภัย และรถขนส่งสิ่งของจำเป็นสามารถเข้าถึงชุมชนได้สะดวก
ภาพรวมของเหตุการณ์สะท้อนว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด เพราะยังมีทั้งขยะ เศษวัสดุ ความเสียหายของบ้านเรือน และปัญหาสุขอนามัยที่ต้องจัดการต่อเนื่อง กรณี กทม. ระดมกำลังเร่งเคลียร์ขยะเคหะร่มเกล้าหลังน้ำลด ชี้ซอยแคบ-ขยะเพิ่มทุกวัน อุปสรรคใหญ่ เร่งเปิดทางให้ประชาชน จึงเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการวางแผนจุดพักขยะ การเตรียมกำลังคน และการออกแบบชุมชนให้รองรับภาวะฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น
ในมุมมองของคนติดตามข่าวเมืองและเทคโนโลยี เหตุการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นโอกาสในการใช้ข้อมูลแผนที่ ระบบรายงานจุดขยะ และการประสานงานแบบเรียลไทม์ เพื่อจัดลำดับพื้นที่ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือก่อน หากหน่วยงานและประชาชนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ การเปิดทางและฟื้นฟูชุมชนจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น ขอให้ผู้พักอาศัยติดตามประกาศจาก กทม. แยกขยะเท่าที่ทำได้ และแจ้งจุดกีดขวางหรือพื้นที่เร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อช่วยกันทำให้เคหะร่มเกล้ากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
