กทม. ปรับแผนสางขยะน้ำท่วมเคหะร่มเกล้า

กรุงเทพมหานครเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะบริเวณถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและมีขยะตกค้างจำนวนมาก ทั้งขยะชิ้นใหญ่ ขยะครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวไม่ใช่เพียงการเก็บขยะให้หมดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขอนามัย และการทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็ว

ล่าสุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่ติดตามแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดเก็บขยะและล้างทำความสะอาดพื้นที่อย่างเป็นระบบ การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กทม. ปรับแผนสางขยะน้ำท่วมเคหะร่มเกล้า เพื่อรับมือกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นและลดระยะเวลาการฟื้นฟูให้สั้นที่สุด

กทม. ปรับแผนสางขยะน้ำท่วมเคหะร่มเกล้า ดึง 12 เขตช่วยงาน

กทม. ปรับรูปแบบการทำงานด้วยการให้สำนักงานเขตบัดดี้เข้ามาร่วมรับผิดชอบพื้นที่อย่างชัดเจน วิธีนี้ช่วยแบ่งโซนปฏิบัติงาน ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีสำนักงานเขตเข้าร่วมทั้งหมด 12 เขต ได้แก่ ธนบุรี บางแค พระนคร บางขุนเทียน บางกอกน้อย ภาษีเจริญ ทุ่งครุ บางซื่อ วัฒนา บางรัก บางบอน และลาดกระบัง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่

การแบ่งกำลังแบบนี้เปรียบได้กับการจัดทีมงานในโครงการขนาดใหญ่ แต่ละเขตมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ของตนเอง ขณะเดียวกันก็สามารถสนับสนุนทรัพยากรให้กันได้ หากโซนใดมีปริมาณขยะมากเป็นพิเศษ การวางแผนลักษณะนี้ช่วยให้การทำงานคล่องตัวกว่าการรอให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว และยังทำให้สามารถติดตามความคืบหน้าได้ง่ายขึ้น

ระดมเจ้าหน้าที่ 1,424 คน พร้อมรถขนขยะ 106 คัน

สำหรับปฏิบัติการในพื้นที่เคหะร่มเกล้า กทม. ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตบัดดี้รวม 1,424 คน พร้อมยานพาหนะสำหรับขนย้ายขยะ 106 คัน ภารกิจหลักคือการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ ขยะจากครัวเรือน และสิ่งของที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยตั้งเป้าหมายให้การฟื้นฟูพื้นที่แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

ตัวเลขกำลังคนและยานพาหนะสะท้อนให้เห็นถึงขนาดของปัญหา เพราะขยะหลังน้ำท่วมมักมีปริมาณมากกว่าช่วงเวลาปกติ และมีลักษณะหลากหลาย ตั้งแต่ถุงขยะทั่วไปไปจนถึงที่นอน ตู้ โต๊ะ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง การจัดการจึงต้องใช้ทั้งแรงงาน เครื่องจักร รถบรรทุก และการวางเส้นทางขนส่งที่เหมาะสม

ข้อมูลสะสมระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม ระบุว่า กรุงเทพฯ มีขยะตกค้างจากน้ำท่วมรวม 7,765.02 ตัน หรือเฉลี่ยประมาณ 647.09 ตันต่อวัน ขณะที่บริเวณเคหะร่มเกล้าสามารถจัดเก็บขยะได้ประมาณ 1,300 ตันในวันที่ 10 ตุลาคม และมียอดสะสมระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 10 ตุลาคม ประมาณ 5,085 ตัน ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการฟื้นฟูพื้นที่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องและอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย

วิธีจัดเก็บขยะในตรอกซอยและพื้นที่เข้าถึงยาก

หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือขยะจำนวนมากอยู่ภายในตรอกซอยที่รถบรรทุกไม่สามารถเข้าไปถึง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้วิธีชักลากขยะชิ้นใหญ่ออกจากซอย แล้วนำมารวมไว้ที่จุดพักขยะ จากนั้นจึงใช้รถคีบยกขยะขึ้นรถบรรทุกเทท้าย เพื่อขนส่งต่อไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยตามขั้นตอน

ขั้นตอนนี้อาจดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติต้องอาศัยการประสานงานหลายระดับ ตั้งแต่การสำรวจเส้นทาง การแยกประเภทขยะ การจัดจุดพักชั่วคราว ไปจนถึงการควบคุมการจราจรและป้องกันไม่ให้ขยะกีดขวางทางสัญจร หากดำเนินการไม่เป็นระบบ อาจทำให้เกิดขยะตกค้างซ้ำ กลิ่นไม่พึงประสงค์ น้ำเสีย และปัญหาสุขอนามัยตามมา

ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ต้องมาก่อน

นอกจากความเร็วในการจัดเก็บแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยกำชับให้สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือ หน้ากากอนามัย รองเท้าบู๊ต และอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ เพราะขยะหลังน้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรค สารเคมี หรือมีวัสดุแหลมคมซ่อนอยู่

ประชาชนเองก็สามารถช่วยให้ภารกิจนี้เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยการแยกขยะและนำสิ่งของที่เสียหายออกมาวางตามจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่ทิ้งขยะลงท่อระบายน้ำหรือกองรวมในพื้นที่ที่ขวางทางรถและทางเดิน หากมีสิ่งของขนาดใหญ่ ควรติดตามประกาศของสำนักงานเขตว่ามีจุดนัดหมายหรือช่วงเวลาเก็บขนที่แน่นอนเมื่อใด

ในมุมมองของการบริหารเมือง เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและข้อมูลสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามรถขนขยะ แผนที่จุดขยะสะสม การรายงานสถานะแบบเรียลไทม์ หรือช่องทางออนไลน์สำหรับรับแจ้งปัญหา หากนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ร่วมกับการทำงานภาคสนาม จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นพื้นที่เร่งด่วนและจัดสรรกำลังได้แม่นยำกว่าเดิม

กทม. ปรับแผนสางขยะน้ำท่วมเคหะร่มเกล้า ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องอาศัยทั้งกำลังคน การวางแผน และความร่วมมือจากชุมชน เป้าหมายฟื้นฟูพื้นที่ภายใน 3 วันจะสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด นอกจากการทำงานของเจ้าหน้าที่แล้ว การช่วยกันคัดแยกและทิ้งขยะอย่างถูกวิธีของประชาชนก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ทุกคนสามารถช่วยให้เคหะร่มเกล้ากลับมาสะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่ได้เร็วขึ้น

ที่มา – กทม. ปรับแผนสางขยะน้ำท่วม ‘เคหะร่มเกล้า’ ดึง 12 เขตบัดดี้เสริมทัพ 1,424 ชีวิต ขีดเส้นฟื้นฟูพื้นที่ให้จบใน 3 วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *