กทม. ขยายเวลาลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. เช็กสิทธิ์และขั้นตอน
กรุงเทพมหานครเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการขยายระยะเวลาการยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประสบภัยที่ยังจัดเตรียมเอกสารไม่เสร็จสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้มากขึ้น ข่าวสำคัญคือ กทม. ขยายเวลาลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. 2569 ครอบคลุมทั้งการยื่นเรื่องที่สำนักงานเขต แอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์ที่กรุงเทพมหานครกำหนด
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหลายพื้นที่เพิ่งผ่านช่วงน้ำลด ประชาชนจำนวนมากยังต้องทำความสะอาดบ้าน ตรวจสอบทรัพย์สิน และรวบรวมหลักฐานความเสียหาย การเร่งเดินทางไปยื่นเอกสารในช่วงแรกจึงอาจไม่สะดวก กทม. จึงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปรับขั้นตอนให้ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมเพิ่มช่องทางรับเอกสารผ่านอีเมลและ Line OA ของสำนักงานเขต เพื่อลดภาระด้านการเดินทาง
กทม. ขยายเวลาลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. ใครควรรีบยื่นเรื่อง
ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและยังไม่ได้ลงทะเบียน ควรตรวจสอบสิทธิ์และเตรียมเอกสารให้พร้อมโดยเร็ว แม้จะมีการขยายเวลา แต่การยื่นเรื่องล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบ ระบบขัดข้อง หรือมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในช่วงใกล้หมดเขต ผู้ยื่นคำร้องควรตรวจสอบข้อมูลบ้านเลขที่ ชื่อผู้ครอบครอง และรายละเอียดความเสียหายให้ตรงกับหลักฐานที่มี
- ยื่นคำร้องที่สำนักงานเขตตามพื้นที่ที่อยู่อาศัย
- ยื่นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หากระบบเปิดให้บริการในพื้นที่
- กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th
- สอบถามการส่งเอกสารทางอีเมลหรือ Line OA ของสำนักงานเขต
- เก็บภาพถ่ายความเสียหายและหลักฐานการอยู่อาศัยไว้ประกอบการตรวจสอบ
สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารใด แนะนำให้ติดต่อสำนักงานเขตโดยตรงก่อนเดินทาง เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งรายการเอกสารที่เหมาะสมกับแต่ละกรณีได้ การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ขั้นตอนตรวจสอบและอนุมัติรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ควรบันทึกเลขที่คำร้องหรือหลักฐานการส่งข้อมูลเอาไว้เพื่อใช้ติดตามสถานะในภายหลัง
เพิ่มจุดบริการ แก้ปัญหาคิวแออัดในพื้นที่ยอดยื่นสูง
ในช่วงที่ผ่านมา เขตสายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนยื่นคำร้องจำนวนมาก กทม. จึงเร่งเพิ่มจุดบริการทางกายภาพและกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องรอคิวนาน โดยเฉพาะเขตสายไหมที่เพิ่มคอมพิวเตอร์สำหรับการอนุมัติเป็น 60 เครื่อง ทำให้สามารถอนุมัติคำร้องได้แล้วมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
ส่วนเขตคลองสามวาได้เปิดจุดบริการเพิ่มเติมที่โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ เพื่อรองรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและแบ่งเบาภาระของสำนักงานเขตหลัก การเพิ่มจุดบริการลักษณะนี้ถือเป็นแนวทางที่ช่วยให้การบริหารคิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะประชาชนสามารถเลือกจุดที่เดินทางสะดวกและไม่จำเป็นต้องไปรวมกันอยู่ที่เดียว
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังแนะนำว่า หลังจากมีการขยายเวลาและเพิ่มจุดบริการแล้ว ประชาชนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่อคิวตั้งแต่เช้ามืด โดยในช่วงบ่ายของหลายเขต เช่น ลาดกระบัง ดอนเมือง และสายไหม เจ้าหน้าที่สามารถให้บริการได้รวดเร็วขึ้น ผู้ที่มีเวลาจำกัดจึงควรพิจารณาเลือกช่วงเวลาที่คนไม่หนาแน่น เพื่อประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง
กรณีถูกเรียกคืนเงินเยียวยาต้องทำอย่างไร
อีกประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจคือกรณีการเรียกคืนเงินเยียวยา หลังการตรวจสอบเอกสารย้อนหลังพบว่าที่อยู่อาศัยบางแห่งเป็นบ้านพักราชการ ตามระเบียบและมติคณะรัฐมนตรี บ้านพักราชการบางประเภทไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะรับเงินเยียวยาตามมาตรการดังกล่าว สำนักงานเขตจึงจำเป็นต้องแจ้งเรียกคืนเงิน เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ผู้ที่ได้รับหนังสือหรือการแจ้งเตือนให้คืนเงินควรตรวจสอบรายละเอียดกับสำนักงานเขตโดยตรง ไม่ควรโอนเงินให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือส่งข้อมูลส่วนตัวผ่านช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถือ หากได้รับการยืนยันแล้ว สามารถโอนเงินคืนผ่าน Krungthai NEXT หรือติดต่อสำนักงานเขตเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและหลักฐานที่ต้องใช้
ในกรณีที่นำเงินไปใช้ซ่อมแซมบ้านแล้วและไม่สามารถคืนเงินก้อนเดียวได้ ประชาชนสามารถติดต่อสำนักงานเขตเพื่อยื่นเรื่องขอผ่อนชำระ โดย กทม. จะรวบรวมข้อมูลส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจารณาตามขั้นตอน การผ่อนชำระไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ ผู้ยื่นเรื่องจึงควรเตรียมข้อมูลรายได้ ค่าใช้จ่าย และเหตุผลความจำเป็นให้ชัดเจน
โดยสรุป กทม. ขยายเวลาลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้ผู้ประสบภัยมีเวลาเตรียมเอกสารและเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน การเพิ่มจุดบริการและช่องทางออนไลน์สะท้อนว่าการช่วยเหลือยุคใหม่ควรผสมผสานทั้งระบบดิจิทัลและบริการหน้าสำนักงาน สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้ยื่นคำร้อง ควรตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินการโดยเร็ว ไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้าย เพราะการเตรียมเอกสารครบและตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องคือวิธีลดความล่าช้าได้ดีที่สุด
คำแนะนำ: ติดตามประกาศจาก กทม. และสำนักงานเขตของตนเองเป็นระยะ ใช้เฉพาะช่องทางทางการ และเก็บหลักฐานทุกขั้นตอนไว้จนกว่าจะได้รับการยืนยันผล เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
