กกต. ให้ปากคำเพิ่มปมแจ้งความสื่อ-ประชาชนจากเหตุเลือกตั้งซ่อมเขตคันนายาว ด้านตำรวจยืนยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร

กกต. ให้ปากคำเพิ่มปมแจ้งความสื่อ-ประชาชนจากเหตุเลือกตั้งซ่อมเขตคันนายาว ด้านตำรวจยืนยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้พี่มาอัปเดตข่าวร้อนการเมืองที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันนะครับ โดยเฉพาะประเด็น กกต. ให้ปากคำเพิ่มปมแจ้งความสื่อ-ประชาชนจากเหตุเลือกตั้งซ่อมเขตคันนายาว ด้านตำรวจยืนยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์วุ่นวายในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อเดือนที่แล้ว ใครที่ติดตามข่าวการเมืองหรือแม้แต่ดราม่าในทวิตเตอร์กับเฟซบุ๊ก คงจะเห็นคลิปไวรัลจากวันนั้นเพียบเลยใช่ไหมล่ะ?

ย้อนเหตุการณ์กันหน่อยนะครับ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 คันนายาว กรุงเทพฯ เกิดความปั่นป่วนหนัก มีกลุ่มบุคคลรวมตัวก่อความวุ่นวายหน่วยเลือกตั้ง ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นไปอย่างเรียบร้อย กกต. จึงไม่นิ่งนอนใจ รีบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 6 รายทันที ซึ่งรวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนยุยงหรือก่อความไม่สงบ

กกต. ให้ปากคำเพิ่มปมแจ้งความสื่อ-ประชาชนจากเหตุเลือกตั้งซ่อมเขตคันนายาว ด้านตำรวจยืนยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร

ล่าสุดวันนี้ (11 มีนาคม 2567) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและนำเอกสารพยานหลักฐานชุดใหม่มาเสริม ครั้งแรกที่แจ้งความเอกสารยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ พวกเขาปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อ รีบเข้าห้องสอบสวนเลยครับ สไตล์มืออาชีพจริงๆ

ข้อกล่าวหาหลักที่ กกต. ฟ้องร้อง

  • พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคสอง – ขัดขวางการเลือกตั้ง
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 – ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก
  • มาตรา 209 – เป็นอั้งยี่หรือผู้บังคับบัญชา
  • มาตรา 322 – ก่อความวุ่นวาย
  • พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 – นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นี่คือจุดที่น่าสนใจสำหรับคนรักเทคโนโลยีอย่างเราๆ นะครับ เพราะข้อหาพรบ.คอมพิวเตอร์ แสดงให้เห็นว่าการโพสต์คลิปหรือข้อความในโซเชียลมีเดียที่อาจถูกตีความว่าเป็นการยุยง สามารถกลายเป็นคดีอาญาได้ง่ายๆ ในยุคนี้ที่ทุกอย่างไวรัลชั่วข้ามคืน คลิปจากเหตุการณ์คันนายาวแพร่กระจายในติ๊กต็อกและ X (ทวิตเก่า) จนล้านวิวเลยทีเดียว

ทางด้าน พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่าตอนนี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใครเลยครับ กระบวนการยังอยู่ในขั้นสอบปากคำผู้กล่าวหา และรอเรียก กปน. (คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง) ในพื้นที่มาสอบให้ครบก่อน ค่อยพิจารณาขั้นตอนกฎหมายต่อไป ทุกอย่างต้องโปร่งใสตามขั้นตอน

ความเคลื่อนไหวจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหา

ขณะเดียวกัน มีข่าวลือร้อนว่า พรุ่งนี้ (12 มี.ค.) เวลา 10.00 น. สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งติดリストผู้ถูกกล่าวหา จะเดินทางไปกองบังคับการปราบปรามด้วยตัวเอง เพื่อสอบถามรายละเอียดข้อหา ตรวจสอบผู้กล่าวหา และข้อเท็จจริงทั้งหมด อยากรู้จริงๆ ว่ากรณีนี้จะจบยังไง

ในมุมมองของพี่ที่ติดตามคดีการเมืองและเทคโนโลยีมานับสิบปี กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการเลือกตั้งในยุคดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงจาก ‘ข่าวปลอม’ และ ‘ม็อบออนไลน์’ ถ้าไม่มีการตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่ได้ Trend ที่เห็นชัดคือ การใช้กฎหมายไซเบอร์มากขึ้นในการควบคุมข้อมูลเท็จ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ละเมิดเสรีภาพการแสดงออกนะครับ

เพื่อนๆ คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? กกต. ทำถูกหรือเกินกว่าเหตุ? มาคอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลยครับ หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจดราม่าเลือกตั้งได้รู้ด้วย ติดตามอัปเดตต่อไปที่นี่นะ!

ที่มา – กกต. ให้ปากคำเพิ่มปมแจ้งความสื่อ-ประชาชนจากเหตุเลือกตั้งซ่อมเขตคันนายาว ด้านตำรวจยืนยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *