ไทยตั้งเป้าผลิต EV แตะ 50% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2578 สภาพัฒน์แนะรัฐเร่งออกมาตรการรองรับแรงงานเสี่ยง 1.1 แสนคน
สวัสดีครับเพื่อนๆ สายเทคโนโลยีและคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ช่วงนี้ถ้าเราพูดถึงเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) บอกเลยว่านี่คือกระแสที่มาแรงแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ ครับ ล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองมากเมื่อประเทศไทยของเราประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า ไทยตั้งเป้าผลิต EV แตะ 50% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2578 ซึ่งถือว่าเป็นการปรับโฉมหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษเลยทีเดียว
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดในครั้งนี้ แน่นอนว่ามันไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องของนวัตกรรมหรือยอดขายรถยนต์เท่านั้น แต่มันสะเทือนไปถึงโครงสร้างการจ้างงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า แรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 1.1 แสนคน หรือคิดเป็นประมาณ 16.3% ของแรงงานทั้งหมด กำลังตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงครับ
เจาะลึก ไทยตั้งเป้าผลิต EV แตะ 50% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2578 กับผลกระทบแรงงาน
ทำไมตัวเลขแรงงานถึงน่ากังวลขนาดนั้น? คำตอบคือความแตกต่างทางเทคนิคครับ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) แบบเดิมที่เราใช้กันอยู่ ประกอบด้วยชิ้นส่วนนับพันรายการ แต่สำหรับรถยนต์ EV นั้น ชิ้นส่วนลดลงมหาศาลจาก 2,000 ชิ้น เหลือเพียงไม่กี่สิบชิ้นเท่านั้น ดังนั้นโรงงานที่เคยผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบดั้งเดิมจึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวครั้งใหญ่
ทางออกที่สภาพัฒน์แนะนำเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน
เพื่อให้ ไทยตั้งเป้าผลิต EV แตะ 50% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2578 เป็นไปได้อย่างราบรื่นและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สภาพัฒน์จึงได้เสนอแนะว่าภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลืออย่างจริงจังครับ โดยแนวทางที่น่าสนใจประกอบด้วย:
- สนับสนุนการปรับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ EV
- ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับสายการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่มีการเติบโต เช่น ชิ้นส่วนทางการแพทย์ หรือนวัตกรรมพลังงานสะอาด
- สร้างมาตรการเยียวยาและสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม Tier 1 และ Tier 2 ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการหายไปของชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาป
หากเรามองในมุมของเทรนด์โลก การเปลี่ยนผ่านสู่ EV เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ หากไทยไม่เร่งปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เราอาจจะสูญเสียสถานะ ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’ ไปได้ง่ายๆ แต่ถ้ามองในแง่บวก นี่คือโอกาสที่เราจะยกระดับทักษะแรงงานไทยให้เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ความคิดเห็นส่งท้าย: การที่รัฐบาลพยายามผลักดันเป้าหมายนี้ถือเป็นเรื่องดีครับ แต่กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 50% เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ ‘เปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม’ (Just Transition) ที่ต้องมั่นใจว่าแรงงานกว่าหนึ่งแสนคนที่อยู่ในจุดเสี่ยง จะมีงานใหม่รองรับและสามารถปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างภาคภูมิใจครับ หากใครที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ผมแนะนำว่าถึงเวลาต้องเริ่มพัฒนาทักษะตนเองในด้านซอฟต์แวร์และอิเล็กทรอนิกส์กันตั้งแต่วันนี้แล้วครับ
