ในเรื่องเหนือจริง ศิลปินพบความสุขจากการกลายเป็นส้ม

ลองจินตนาการดูว่า วันหนึ่งศิลปินชื่อดังไม่ได้สร้างประติมากรรมชิ้นใหม่ ไม่ได้เปิดนิทรรศการใหญ่ และไม่ได้ประกาศแนวคิดทางศิลปะสุดล้ำ แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างของผลส้ม เรื่องราว ในเรื่องเหนือจริง ศิลปินพบความสุขจากการกลายเป็นส้ม พาผู้อ่านเข้าสู่โลกนิยายวิทยาศาสตร์ที่ทั้งแปลก ประหลาด ขบขัน และชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายของตัวตน

เรื่องนี้มีชื่อว่า The Raspberry Manifesto of Professor Warana โดย Adam-Troy Castro เล่าถึง Dejuik ศิลปินผู้มีชื่อเสียงจากผลงานที่ดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยแนวคิดทางปรัชญา เขาและตัวตนอีกสี่คนเคยเป็นกลุ่มศิลปินที่หลอมรวมความคิดและร่างกายเข้าด้วยกัน จนสามารถสร้างงานศิลปะระดับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกได้ ทว่าเหตุการณ์พลิกผันเกิดขึ้นเมื่อ Dejuik ถูกนักวิทยาศาสตร์ลึกลับเปลี่ยนให้กลายเป็นส้มที่มีสติปัญญาและสามารถสื่อสารได้

ในเรื่องเหนือจริง ศิลปินพบความสุขจากการกลายเป็นส้ม

ช่วงแรกของเรื่องทำให้เรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะเป็นโศกนาฏกรรม Dejuik ถูกจับตัว ถูกทดลอง และต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดก่อนการแปรสภาพ เหตุผลของผู้ลงมือก็ฟังดูไร้สาระอย่างน่าขนลุก เขาเพียงต้องการพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถเปลี่ยนรูปร่างและนิยามความสุขของตัวเองได้มากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ Dejuik ไม่ได้ต้องการกลับไปเป็นมนุษย์อีกต่อไป แม้จะไม่มีแขนขา ไม่มีปาก ไม่มีสมองในแบบที่เราเข้าใจ และต้องวางอยู่บนแท่นรองรับตลอดเวลา แต่เขากลับยืนยันว่าตัวเองมีความสุขอย่างสมบูรณ์ เขาไม่ได้เป็นเพียงส้มธรรมดา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่นิยามคำว่า ส้ม ขึ้นมาใหม่ด้วยการมีตัวตนของเขาเอง

ความสุขไม่ได้มีรูปร่างเดียว

หัวใจสำคัญของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การค้นหาว่าใครเป็นคนเปลี่ยน Dejuik ให้เป็นส้ม แต่อยู่ที่คำถามว่า เรามีสิทธิ์ตัดสินหรือไม่ว่าชีวิตแบบไหนจึงจะเรียกว่าดี ความสุขของ Dejuik อาจดูน่าขันสำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่สำหรับเขา การเป็นส้มทำให้ได้สัมผัสความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าชีวิตเดิมเสียอีก

ศาสตราจารย์ Clarikos Warana ผู้ทำหน้าที่สัมภาษณ์และศึกษาส้มผู้มีสติปัญญา เป็นตัวละครที่สะท้อนอีกด้านของประเด็นนี้ เขาเป็นนักวิชาการที่มีความรู้มากมาย ผ่านการปรับเปลี่ยนร่างกายจนไม่ต้องกิน นอน หรือพักผ่อน แต่กลับไม่เข้าใจความสุขอย่างแท้จริง เขาอาจอธิบายโลกได้เกือบทุกเรื่อง ทว่าไม่สามารถรู้สึกถึงสิ่งที่ Dejuik กำลังสัมผัสอยู่

  • Dejuik ตั้งคำถามว่าความเป็นมนุษย์จำเป็นต้องผูกติดกับรูปร่างหรือไม่
  • ศาสตราจารย์วารานา แสดงให้เห็นว่าความรู้ไม่ได้แปลว่าความเข้าใจเสมอไป
  • นักวิทยาศาสตร์ลึกลับ สะท้อนความพยายามของมนุษย์ที่จะออกแบบความสุขให้ผู้อื่น
  • การกลายเป็นส้ม กลายเป็นภาพแทนของการยอมรับตัวตนที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว

ความตลกร้ายของเรื่องคือ Dejuik อาจมีจุดจบที่มีความสุขจริง ๆ แต่ความสุขนั้นกลับทำให้เรื่องราวน่าเบื่อสำหรับคนภายนอก เขาไม่ต้องการแก้แค้น ไม่ต้องการสร้างร่างกายใหม่ และไม่ต้องการกลับมาเดินทางในสังคมมนุษย์อีกแล้ว ความคิดของเขาเรียบง่ายมาก นั่นคือการได้เป็นส้มและมีความสุขกับการเป็นส้มในทุกขณะ

แนวคิดนี้ชวนให้เรามองชีวิตประจำวันใหม่ หลายครั้งเราพยายามไล่ตามภาพความสำเร็จที่สังคมกำหนด พยายามมีงานดี เงินมาก บ้านสวย หรือสถานะที่คนอื่นยอมรับ แต่เมื่อได้สิ่งเหล่านั้นแล้ว เราอาจยังรู้สึกว่างเปล่าอยู่ดี ในทางกลับกัน สิ่งเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองว่าไม่มีความหมาย อาจเป็นแหล่งความสุขที่แท้จริงของใครบางคน

เรื่อง ในเรื่องเหนือจริง ศิลปินพบความสุขจากการกลายเป็นส้ม ยังเล่นกับแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์ได้อย่างสนุก Dejuik เป็นทั้งศิลปิน เป็นกลุ่มคน เป็นมนุษย์ และเป็นส้มในเวลาเดียวกัน เขาไม่ได้เลือกทิ้งตัวตนเดิมทั้งหมด แต่พกความทรงจำ ภาษา ความคิด และความปรารถนามาอยู่ในร่างใหม่ จึงไม่มีคำตอบง่าย ๆ ว่าเขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่

ทำไมเรื่องนี้จึงน่าจดจำ

จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่การใช้สถานการณ์ไร้สาระมาพูดถึงคำถามจริงจังได้อย่างแนบเนียน ผู้อ่านอาจหัวเราะกับบทสนทนาระหว่างนักวิชาการกับส้ม แต่หลังจากนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่า หากคนคนหนึ่งพอใจกับชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง เราควรพยายามช่วยเขากลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือไม่

ผู้เขียนยังวางรายละเอียดของโลกอนาคตไว้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งเมืองที่มีจิตใจร่วมกัน ผู้คนที่ปรับเปลี่ยนร่างกายได้ และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทะเลซึ่งประกอบด้วยของเหลวสุดอันตราย รายละเอียดเหล่านี้ทำให้โลกในเรื่องมีอารมณ์ทั้งยิ่งใหญ่และเสียดสี ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายคำถามว่า มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้ไกลเพียงใดก่อนจะไม่เหลือความเป็นมนุษย์

ตอนจบไม่ได้มอบคำตอบแบบชัดเจน แต่ทิ้งความรู้สึกค้างคาไว้กับศาสตราจารย์วารานา เขาอิจฉาความสุขของ Dejuik เพราะตัวเองมีทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับความรู้ แต่กลับขาดประสบการณ์ของการมีชีวิตอย่างแท้จริง ความรู้สึกนี้ทำให้ตอนจบมีความเศร้าอยู่ใต้เสียงหัวเราะ และทำให้ส้มหนึ่งผลกลายเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของมนุษย์

โดยสรุป ในเรื่องเหนือจริง ศิลปินพบความสุขจากการกลายเป็นส้ม เป็นนิยายไซไฟที่เหมาะกับคนชอบเรื่องแปลกใหม่และประเด็นปรัชญา ไม่ใช่เรื่องที่เน้นการผจญภัยหรือการต่อสู้ แต่เป็นการสำรวจว่าเราจะนิยามความสุข ตัวตน และความสมบูรณ์แบบอย่างไร อ่านแล้วอาจไม่ได้อยากกลายเป็นส้มตาม Dejuik แต่มีโอกาสสูงที่จะกลับมาถามตัวเองว่า สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

ความเห็นส่วนตัวคือ เรื่องนี้เตือนเราได้อย่างเจ็บแสบว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องดูสมเหตุสมผลในสายตาคนอื่น ขอเพียงเป็นความสุขที่เราเลือกและยอมรับได้ด้วยตัวเอง หากคุณชอบนิยายไซไฟแนวเหนือจริงที่ผสมอารมณ์ขันเข้ากับคำถามหนัก ๆ เรื่องนี้ควรอยู่ในรายการอ่านของคุณ และบางทีหลังอ่านจบ คุณอาจลองหยุดพักจากความคาดหวังของโลก แล้วถามตัวเองเบา ๆ ว่า วันนี้อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขจริง ๆ

ที่มา – In this Surreal Tale, an Artist Finds Joy in Becoming an Orange

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *